
DBSV แนะช้อป CPALL-KTB-PR9 รับกำไรเด่น-ปันผลสูง
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (DBSV) แนะเลือกซื้อหุ้นพื้นฐานดีมีอัพไซด์ ชู CPALL กำไรปี 69-70 เพิ่มปีละ 9-10% พร้อมมอง KTB เด่นสุดกลุ่มแบงก์ และ PR9 ฟื้นตามฤดูกาล
บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ DBSV ระบุในบทวิเคราะห์ว่า สัญญาณทางเทคนิคระยะสั้นของ SET Index ยังเป็นลบ เนื่องจากดัชนีปิดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 10 วัน โดยกำหนดแนวรับไว้ที่ 1,570 และ 1,545 จุด ซึ่งระดับ 1,545 จุดเป็นแนวรับสำคัญที่ไม่ควรหลุด หากต่ำกว่าระดับดังกล่าวมีโอกาสปรับตัวลงทดสอบ 1,500-1,510 จุดหรือต่ำกว่า ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,593-1,595 จุด ถัดไปที่ 1,606 จุด 1,615 จุด และ 1,630 จุด จึงแนะนำเลือกซื้อหุ้นพื้นฐานดีที่ยังมีอัพไซด์
สำหรับหุ้นเด่นพื้นฐานเดือนกันยายน ได้แก่ AOT, CPN, GULF, HANA, KCE และ TRUE ส่วนหุ้นสำหรับทยอยสะสมแบบ DCA ได้แก่ AOT, BDMS, CPALL, GULF และ KTB ขณะที่หุ้นปันผลสูงประกอบด้วย AP, SPALI, SIRI, KBANK, KTB, SCB, TTB, KKP, TISCO, PTT, PTTEP, MC และ FTREIT
ด้านหุ้นที่มีสัดส่วน Short Sell สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ OR สัดส่วน 17.7%, SPALI 15.8%, CPF 13.9%, AMATA 13.4% และ CPN 12.5%
สำหรับ CPALL คาดว่ากำไรไตรมาส 3/2569 จะลดลงจากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาล แต่ยังเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากอัตรากำไรของธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ดีขึ้น และการเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง แม้ได้รับผลกระทบเต็มไตรมาสจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” และค่าใช้จ่ายของ CPAXT ที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม CPALL ยังเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง พร้อมมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานแข็งแกร่ง เนื่องจากจำหน่ายสินค้าเป็นเงินสด โดย DBSV คาดว่ากำไรสุทธิปี 2569-2570 จะเพิ่มขึ้นปีละ 9-10% และให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลประมาณ 4% ต่อปี
ส่วน KTB คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 มีโอกาสขยายตัวโดดเด่นที่สุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ จากการตีมูลค่าเงินลงทุนตามราคาตลาด โดยเฉพาะหุ้น THAI ซึ่งสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้นแล้ว ทั้งนี้ หากอ้างอิงราคาหุ้น THAI ที่ 5.80 บาท คาดว่า KTB จะบันทึกกำไรประมาณ 3,200 ล้านบาท
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ของ KTB ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 มีอัตราส่วนสำรองต่อหนี้เสีย (Coverage Ratio) สูงถึง 205% มากกว่าเป้าหมายที่ธนาคารกำหนดไว้ราว 170% ส่งผลให้คาดว่าต้นทุนเครดิตในครึ่งหลังปี 2569 จะลดลงจากครึ่งปีแรก
ขณะที่ PR9 มีรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติในไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นำโดยผู้ป่วยตะวันออกกลางและเมียนมา ส่วนรายได้จากผู้ป่วยประกันเพิ่มขึ้น 20% เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้กำไรสุทธิทรงตัวในระดับสูงที่ 184 ล้านบาท โดยรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติคิดเป็น 29% และรายได้จากผู้ป่วยประกันคิดเป็น 27% ของรายได้รวม
แนวโน้มไตรมาส 3/2569 คาดว่ากำไรสุทธิ PR9 จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนและมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ รวมถึงรายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางและผู้ป่วยประกันที่ยังเติบโต แต่กำไรมีแนวโน้มทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากฐานกำไรไตรมาส 3/2568 อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ PR9 มีแผนปรับขึ้นราคาบริการทางการแพทย์บางประเภท เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
DBSV คาดว่ากำไรสุทธิของ PR9 ในครึ่งหลังปี 2569 จะเพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรก ตามการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติและปัจจัยฤดูกาล โดยไตรมาส 3 เป็นช่วงการระบาดของไข้หวัดใหญ่ ส่วนไตรมาส 4 เป็นช่วงตรวจสุขภาพประจำปี ขณะที่ฐานะการเงินแข็งแกร่งและมีสถานะเงินสดสุทธิ โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ P/E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีประมาณ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ทั้งนี้ DBSV แนะนำ “ซื้อ” CPALL ราคาเป้าหมาย 65 บาท แนะนำ “ซื้อ” KTB ราคาเป้าหมาย 49 บาท พร้อมคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปีนี้ประมาณ 6% และแนะนำ “ซื้อ” PR9 ราคาเป้าหมาย 22 บาท อ้างอิงวิธีประเมินมูลค่ากระแสเงินสด (DCF)

