
จับตา PDP2026 เปิดรอบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ชู GULF-GUNKUL เด่น
บล.บัวหลวง ชี้ PDP2026 เปิดรอบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ รับดีมานด์ Data Center-AI ชี้ Direct PPA หนุนกำไรหุ้นไฟฟ้า เลือก GULF-GUNKUL เด่น พร้อมติดตามผลรับฟังความเห็น 8 ก.ย.69
บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ชุด “Future of Infrastructure” ว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของรอบการลงทุนครั้งถัดไปของประเทศไทย ครอบคลุมทั้งระบบไฟฟ้า โครงข่ายไฟฟ้า (Grid) Data Center และโครงสร้างพื้นฐานภาคอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการขยายตัวของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)
สำหรับบทวิเคราะห์ตอนแรก ให้น้ำหนักไปที่ ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569-2593 หรือ PDP2026 ซึ่งมีกำหนดเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในวันที่ 8 ก.ย.2569 พร้อมนำแบบจำลอง Sensitivity ของ PDP2026 และ Direct PPA มาประเมินผลกระทบต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM, บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL และ บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP
ฝ่ายวิจัยมองว่า มี 5 ประเด็นสำคัญของ PDP2026 ที่ควรให้น้ำหนักมากกว่าการพิจารณาเฉพาะสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน โดยประเด็นแรก คือ อุปสงค์ไฟฟ้าจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางมากกว่าอุปทาน เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center เพียงอย่างเดียวมีกรอบประมาณการอยู่ที่ 6.8-19.8 กิกะวัตต์ (GW) ภายในปี 2593 ซึ่งเป็นช่วงที่กว้างมากพอที่จะส่งผลต่อโครงสร้างแผนกำลังผลิตไฟฟ้าโดยรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ
ประเด็นที่สอง คือ ก๊าซธรรมชาติยังคงมีบทบาทในระบบไฟฟ้าไทย โดยทุกแนวทางยังมีกำลังผลิตจากก๊าซธรรมชาติอยู่ในช่วง 16.8-24.5 GW แต่บทบาทจะเปลี่ยนไปสู่การเป็นกำลังผลิตที่มีความยืดหยุ่น เพื่อรองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน
ประเด็นที่สาม คือ ไม่ว่าประเทศไทยจะเลือกแนวทางใดจากทั้งหมด 4 แนวทางในท้ายที่สุด การลงทุนในช่วงทศวรรษแรกยังมีโครงสร้างใกล้เคียงกัน โดยจะมีการลงทุนกำลังผลิตใหม่เหมือนกันรวม 50.9 GW จนถึงปี 2580 ทำให้ภาพการลงทุนในระยะแรกของ PDP2026 มีความชัดเจนในระดับหนึ่ง
ขณะที่ประเด็นที่สี่ คือ คอขวดที่แท้จริงอยู่ที่โครงข่าย Grid ไม่ใช่กำลังผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะความสามารถของระบบสายส่งและการเชื่อมต่อ หรือ Transmission และ Connection Capacity ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดความเร็วในการขยายตัวของ Data Center มากกว่าการพิจารณาเฉพาะกำลังผลิตไฟฟ้าในหน่วยเมกะวัตต์
ส่วนประเด็นที่ห้า คือ Direct PPA ได้รับการอนุมัติในเชิงนโยบายจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2569 และอาจเป็นปัจจัยเร่งกำไรที่ส่งผลแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละบริษัท โดยประเมินว่า GPSC อาจมีอัพไซด์ต่อกำไรปี 2571 สูงที่สุดในช่วง 25.8-37.5%
สำหรับ GULF คาดว่าจะได้รับ Capacity รวมจาก PDP2026 และ Direct PPA สูงถึง 6,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2571 ซึ่งอาจส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2571 มีอัพไซด์ประมาณ 12.1% และถือเป็นการเพิ่มขึ้นของกำไรในเชิงมูลค่าเงินบาทสูงที่สุดในกลุ่มที่ศึกษา จากฐานกำไรขนาดใหญ่ และการมีธุรกิจครอบคลุมทั้ง Solar, Wind, ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และโรงไฟฟ้าก๊าซที่มีความยืดหยุ่น
ด้าน GUNKUL ถูกมองเป็นหุ้น High-beta ที่มีความน่าสนใจสูง โดยผลการวิเคราะห์ Sensitivity ล่าสุดสะท้อนอัพไซด์ต่อกำไรปี 2571 ที่แข็งแกร่ง ภายใต้ระดับ Capacity ที่มีความเป็นไปได้ ขณะที่บริษัทมีระดับ Net Gearing ฐานต่ำที่สุดในประมาณการ ทำให้มี Headroom มากกว่าในการจัดหาเงินทุนเพื่อรองรับการลงทุนเพิ่มเติม
ส่วน BGRIM มีลักษณะเป็น High-beta play ใกล้เคียงกัน แต่เริ่มต้นจากระดับ Leverage ที่สูงกว่า ขณะที่ GPSC มีอัพไซด์สูงที่สุดเมื่อพิจารณาจากระดับ Capacity ที่มีความเป็นไปได้จริง แต่ควบคู่กับการเพิ่มขึ้นของ Gearing ในเชิงสัดส่วนมากที่สุดในบรรดา 5 บริษัท
สำหรับ WHAUP ถือเป็นอีกทางเลือกที่เริ่มมีการประเมินเชิงปริมาณชัดเจนขึ้น และใช้เงินลงทุนต่ำกว่าในการเข้าถึงธีมการเติบโตจาก Data Center และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ยังต้องติดตาม คือ ผลการรับฟังความคิดเห็นร่าง PDP2026 ในวันที่ 8 ก.ย.2569 รวมถึงรายละเอียดของ Wheeling Charge ภายใต้ Direct PPA ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผย และจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการประเมินความคุ้มค่าของโครงการและผลกระทบต่อกำไรของบริษัทที่เกี่ยวข้อง
ด้านกลยุทธ์การลงทุน ยังคงให้น้ำหนักกลุ่มโรงไฟฟ้าจดทะเบียนไทยในระดับ “มากกว่าตลาด” (Overweight) ในช่วงที่ PDP2026 กำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย โดยเลือก GULF และ GUNKUL เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม จากศักยภาพการรับ Capacity ใหม่และโอกาสต่อยอดการเติบโตจาก PDP2026 และ Direct PPA ในระยะถัดไป

