MTS Gold ชี้ทองแกว่งไซด์เวย์กรอบ 4,380-4,500 เหรียญ จับตา PPI-CPI ชี้ทิศทางดอกเบี้ยเฟด

MTS Gold ประเมินทองคำระยะสั้นแกว่ง Sideways หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ แข็งแกร่งกว่าคาด กดราคาย่อตัวราว 2.5% วางกรอบ Gold Spot ที่ 4,380-4,500 ดอลลาร์ จับตา PPI-CPI ชี้ทิศทางดอกเบี้ยเฟด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินราคาทองคำระยะสั้นมีแนวโน้มแกว่งตัว Sideways หลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ส่งผลให้ทองคำเผชิญแรงขายทำกำไรและปรับตัวลงประมาณ 2.5% โดยประเมินกรอบราคาทองคำตลาดโลก หรือ Gold Spot ที่ 4,380-4,500 ดอลลาร์ ขณะที่ทองคำในประเทศมีแนวรับ 68,000 บาท และแนวต้าน 69,500 บาท

ทั้งนี้ ราคาทองคำปรับตัวลดลง หลังการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ หรือ Nonfarm Payrolls เพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาดเกือบ 3 เท่า ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1% และค่าจ้างยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงมีความแข็งแกร่ง และลดแรงสนับสนุนต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดในระยะสั้น

โดยปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาทองคำเผชิญแรงขายทำกำไร หลังปรับขึ้นทดสอบบริเวณ 4,500 ดอลลาร์ในช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนปรับตัวลงมาทดสอบบริเวณ 4,420 ดอลลาร์ ใกล้ระดับ Fibonacci Retracement 38.2%

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งยังมีการตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบ Brent อยู่บริเวณ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือเป็นความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อ และอาจเพิ่มแรงกดดันให้เฟดคงท่าทีดำเนินนโยบายการเงินอย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ดี ตลาดยังให้น้ำหนักประมาณ 58% ว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน 2569 ขณะที่ท่าทีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งคัดค้านการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกปัจจัยที่นักลงทุนติดตาม อย่างไรก็ตาม ทิศทางอัตราดอกเบี้ยยังขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก

สำหรับกระแสเงินทุนของกองทุน SPDR ล่าสุดขายทองคำออก 1.42 ตัน ส่งผลให้ปริมาณการถือครองลดลงเหลือ 1,052.06 ตัน ขณะที่ภาพรวมเดือนกันยายนยังซื้อสุทธิ 9.70 ตัน ส่วนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันขายสุทธิ 19.95 ตัน สะท้อนว่าแรงซื้อจากกองทุนในเดือนนี้ยังเป็นบวก แม้ล่าสุดมีแรงขายทำกำไรออกมา

ด้านปัจจัยเศรษฐกิจสำคัญ ระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน 2569 ไม่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ส่วนวันที่ 10 กันยายน เวลา 19.30 น. ตลาดจะติดตาม Core PPI เดือนต่อเดือน ซึ่งคาดเพิ่มขึ้น 0.3% จากครั้งก่อนที่ 0.2% และ PPI เดือนต่อเดือน คาดเพิ่มขึ้น 0.4% จากครั้งก่อนที่ทรงตัว 0.0% โดยทั้ง 2 รายการคาดว่าจะส่งผลลบต่อทองคำ

นอกจากนี้ ตลาดคาดจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ อยู่ที่ 205,000 ราย จากครั้งก่อน 206,000 ราย ซึ่งประเมินว่าจะส่งผลลบต่อราคาทองคำ

ส่วนวันที่ 11 กันยายน เวลา 19.30 น. ตลาดจะติดตาม Core CPI เดือนต่อเดือน ซึ่งคาดเพิ่มขึ้น 0.2% เท่ากับครั้งก่อน และ Core CPI เมื่อเทียบรายปี คาดเพิ่มขึ้น 2.4% ชะลอลงจาก 2.5% โดยประเมินว่าจะส่งผลบวกต่อทองคำ

ด้าน CPI เดือนต่อเดือนคาดเพิ่มขึ้น 0.4% จากครั้งก่อนที่ 0.1% ซึ่งประเมินว่าจะส่งผลลบต่อทองคำ ขณะที่ CPI เมื่อเทียบรายปีคาดเพิ่มขึ้น 3.4% เท่ากับครั้งก่อน โดยคาดว่าจะส่งผลเป็นกลางต่อราคาทองคำ

โดย ณ เวลา 21.00 น. จะมีการรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นของมหาวิทยาลัยมิชิแกน หรือ Prelim UoM Consumer Sentiment ซึ่งคาดอยู่ที่ 51.0 จุด ลดลงจาก 51.7 จุด และประเมินว่าจะส่งผลบวกต่อทองคำ ส่วนคาดการณ์เงินเฟ้อผู้บริโภคเบื้องต้น หรือ Prelim UoM Inflation Expectations ครั้งก่อนอยู่ที่ 4.0%

ขณะที่ในเชิงเทคนิค MTS Gold ประเมินแนวรับ Gold Spot ที่ 4,380 และ 4,330 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,450 และ 4,500 ดอลลาร์ ขณะที่สัญญา GCV26 มีแนวรับ 4,392 และ 4,342 ดอลลาร์ แนวต้าน 4,462 และ 4,512 ดอลลาร์ ส่วน GOU26 มีแนวรับ 4,395 และ 4,345 ดอลลาร์ แนวต้าน 4,465 และ 4,515 ดอลลาร์ ด้าน GF10V26 มีแนวรับ 68,600 และ 68,300 บาท แนวต้าน 70,100 และ 70,400 บาท โดยแนะนำ Wait and See พร้อมทยอยปรับพอร์ตเพื่อรองรับความเสี่ยงก่อนการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญในสัปดาห์นี้ เนื่องจากความผันผวนยังอยู่ในระดับสูง และตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการเนื่องในวัน Labor Day ทำให้ปริมาณซื้อขายมีแนวโน้มเบาบาง

Back to top button