ICHI ลั่นรายได้ปีนี้ 9 พันลบ. รุกธุรกิจปุ๋ย–ผนึก COCOCO เปิดตัว “จับเลี้ยงมะพร้าวน้ำหอม”

ICHI มั่นใจครึ่งปีหลังโตเด่น ตั้งเป้ารายได้ปีนี้แตะ 9 พันล้านบาท เดินหน้ารุกธุรกิจปุ๋ย กางแผน 3 ปีรายได้แตะ 1.5 พันล้านบาท พร้อมผนึก COCOCO เปิดตัว “จับเลี้ยงมะพร้าวน้ำหอม” วางเป้ายอดขายปีนี้แตะ 15 ล้านบาท


นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI เปิดเผยว่า ทิศทางแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะไตรมาส 3/2569 และไตรมาส 4/2569 คาดว่าจะเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรก ทั้งในด้านยอดขายและกำไร สำหรับธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัทคาดว่ายอดขายของทุกแบรนด์ในประเทศจะยังมีทิศทางการเติบโตที่ดี โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2569 อยู่ที่ 9,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีรายได้ราวประมาณ 8,160 ล้านบาท

โดยล่าสุด บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ New Business เพื่อขยายฐานรายได้นอกเหนือจากธุรกิจเครื่องดื่ม โดยรุกเข้าสู่ธุรกิจภาคเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ผ่านการร่วมทุนกับกลุ่มบริษัท เอกยงวงศ์ จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจปุ๋ยของไทย เพื่อจัดตั้งบริษัท ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาท โดย ICHI ถือหุ้น 51% และกลุ่มเอกยงวงศ์ถือหุ้น 49%

ส่วนการร่วมทุนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสร้าง New Growth Engine ของ ICHI เพื่อเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่และกระจายพอร์ตธุรกิจ จากเดิมที่มีรายได้หลักจากธุรกิจเครื่องดื่ม ไปสู่ธุรกิจที่มีความต้องการในระยะยาวและมีการซื้อซ้ำตามรอบการเพาะปลูก โดยตลาดปุ๋ยเคมีไทยมีมูลค่ามากกว่า 80,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ตลาดปุ๋ย Compound NPK ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์หลักที่บริษัทตั้งเป้าเข้าไปแข่งขัน มีมูลค่าประมาณ 32,000 ล้านบาท

สำหรับกลยุทธ์ของ “ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์” จะใช้โมเดล Asset Light โดยไม่เริ่มต้นธุรกิจจากศูนย์ แต่จะต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐาน ทีมขาย เครือข่ายพันธมิตรต่างประเทศ คู่ค้าภายในประเทศ รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านการจัดหา (Sourcing) และการบริหารห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของกลุ่มเอกยงวงศ์ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาและความเสี่ยงในการเข้าสู่ตลาด

ขณะที่ ICHI จะนำจุดแข็งด้านการสร้างแบรนด์ เงินทุน วินัยทางการเงิน และมาตรฐานการกำกับดูแลในฐานะบริษัทจดทะเบียนเข้ามาสนับสนุนธุรกิจใหม่ โดยมองว่าการร่วมทุนครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย ทั้งความเชี่ยวชาญในตลาดปุ๋ยของกลุ่มเอกยงวงศ์ที่ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 30 ปี และศักยภาพด้านแบรนด์และการบริหารจัดการของ ICHI เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ที่สามารถเติบโตไปพร้อมกับภาคเกษตรและเกษตรกร

สำหรับโครงสร้างการลงทุน ICHI จะลงทุนในส่วนทุนไม่เกิน 76.50 ล้านบาท และทยอยชำระตามงวดที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยในระยะแรกจะใช้เวลาสำหรับการจัดตั้งบริษัทและเตรียมความพร้อมด้านการดำเนินงาน ก่อนคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในปี 2570 ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่จะทำตลาดเป็นแบรนด์ที่มีการทำตลาดอยู่แล้วและมีฐานการจัดจำหน่ายในตลาด ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถต่อยอดและขยายตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

บริษัทระบุว่า ตั้งเป้ารายได้ 3 ปีข้างหน้า (ปี 2570-2572) อยู่ที่ราว 1,500 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายส่วนแบ่งตลาดที่ระดับ 3-4%

ขณะที่ล่าสุด บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI ได้จับมือกับ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ “เย็นเย็น x ไทยโคโค่” เครื่องดื่มสมุนไพรจับเลี้ยงผสมน้ำมะพร้าวน้ำหอม เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นและมีส่วนผสมจากธรรมชาติ โดยตั้งเป้ายอดขายปีนี้อยู่ที่ 15 ล้านบาท

สำหรับการร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำจุดแข็งของทั้งสองบริษัทมาผสานกัน โดย ICHI มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและผลิตเครื่องดื่ม ขณะที่ COCOCO มีความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวและมีเครือข่ายด้านวัตถุดิบจากเกษตรกรไทย โดย COCOCO มีโรงงานผลิตในจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญของมะพร้าวน้ำหอมไทย และดำเนินธุรกิจทั้งในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ใช้น้ำมะพร้าวน้ำหอมจากไทยโคโคเป็นส่วนประกอบสำคัญ โดยการผลิตล็อตแรกใช้มะพร้าวน้ำหอมประมาณ 100 ตัน หรือราว 376,000 ลูก เพื่อผลิตสินค้าจำนวน 2 ล้านขวด สะท้อนถึงการสร้างความต้องการใหม่ให้กับมะพร้าวน้ำหอมไทย และเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตผ่านการแปรรูปเป็นเครื่องดื่มพร้อมดื่ม

ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่าง ICHI และ COCOCO ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Collaboration และการพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่ ของ ICHI ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคและสร้างโอกาสในการขยายฐานรายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่ ขณะเดียวกัน COCOCO เดินหน้าขยายตลาดในประเทศควบคู่กับตลาดส่งออก โดยปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวจำหน่ายทั้งภายใต้แบรนด์ของบริษัทและในรูปแบบ OEM และส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศจำนวนมาก

สำหรับ COCOCO การพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับ ICHI ยังสอดคล้องกับทิศทางการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม (Value-added Products) จากมะพร้าว ขณะที่ ICHI สามารถใช้ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสินค้าและช่องทางจัดจำหน่ายเข้ามาช่วยผลักดันการบริโภคน้ำมะพร้าวในประเทศให้กว้างขึ้น ถือเป็นการเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำคือเกษตรกรและวัตถุดิบ ไปจนถึงปลายน้ำคือผลิตภัณฑ์พร้อมดื่มและผู้บริโภค

Back to top button