
CGSI ชู THAI-ERW ท็อปพิก รับท่องเที่ยวฟื้น-ไฮซีซั่น Q4 หนุนกำไร
CGSI คงน้ำหนัก Overweight กลุ่มท่องเที่ยว คาดผลประกอบการฟื้นตัวชัดเจนในไตรมาส 4/69 จากนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวและปัจจัยหนุนตามฤดูกาล ชู THAI-ERW เป็นหุ้น Top Pick
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ข้อมูลจากกรมการท่องเที่ยวแสดงให้เห็นว่าสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของไทยในเดือนส.ค. 69 ยังคงอยู่ที่ประมาณ 2.5 ล้านคน ซึ่งมองเชิงบวกต่อโมเมนตัมที่ดีขึ้นในเดือนก.ค.-ส.ค. 69 เนื่องจากสถิตินักท่องเที่ยวลดลงเพียง 3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ลดลงราว 5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนในครึ่งปีแรก 69 (ไตรมาส 1/69 -2.4% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน, ไตรมาส 2/69 -8.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน) อีกทั้งการฟื้นตัวดังกล่าวยังนำโดยนักท่องเที่ยวจากจีนและตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวจากจีนมีจำนวนเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ในเดือนก.ค. 69 และ 18% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนในเดือนส.ค. 69 เป็น 482,000 คน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 69 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวจีนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 19% ของสถิตินักท่องเที่ยวโดยรวมในเดือนส.ค. 69 จาก 16% ในเดือนส.ค. 68 ขณะที่อุปสงค์การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางยังคงแข็งแกร่งแม้จะมีความขัดแย้งในภูมิภาค โดยจะเห็นได้จากสถิตินักท่องเที่ยวที่ยังคงเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ในเดือนก.ค. 69 และ 15% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ในเดือนส.ค. 69
ส่วนนักท่องเที่ยวจากยุโรปเริ่มเห็นการฟื้นตัวก่อนเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวในไตรมาส 4/69 อย่างไรก็ตาม สถิตินักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศอาเซียนยังคงอ่อนตัว แต่ไม่กังวลมากนักเนื่องจากสาเหตุที่นักท่องเที่ยวลดลงเกิดจากปัจจัยเฉพาะตลาดในมาเลเซียและกัมพูชาเป็นหลัก ไม่ใช่จากการชะลอตัวของอุปสงค์การเดินทางในภูมิภาคโดยรวม นอกจากนี้ คาดว่านักท่องเที่ยวจากตลาดสำคัญจะยังฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะจีนและยุโรป ซึ่งจะช่วยหนุนสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในช่วงไฮ-ซีซั่นของการท่องเที่ยวในไตรมาส 4/69
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI คาดว่า ผลประกอบการของกลุ่มโรงแรมจะค่อยๆ ดีขึ้นในครึ่งปีหลัง 69 ก่อนจะฟื้นตัวชัดเจนในไตรมาส 4/69 จากโมเมนตัมการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นและปัจจัยหนุนตามฤดูกาล โดย บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW และบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL น่าจะได้ประโยชน์จากอุปสงค์การท่องเที่ยวไทยและมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐอย่างโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” แต่มองว่า ERW เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในกลุ่มโรงแรม เนื่องจากมีสัดส่วนธุรกิจโรงแรมสูงและการประเมินมูลค่าน่าสนใจกว่าคู่แข่ง นอกจากนี้ อาจได้รับอานิสงส์จากความต้องการห้องพักที่เพิ่มขึ้นช่วงจัดการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings ในเดือนต.ค. 69 สำหรับผู้ประกอบการที่เน้นธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ ชอบ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR มากกว่า บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เนื่องจาก MINT ยังมีความไม่แน่นอนเรื่องการจัดตั้ง REIT
สำหรับกลุ่มการบินนั้น คาดว่า ราคาน้ำมันเครื่องบินที่ลดลง รวมถึงจำนวนที่นั่งของสายการบินและอุปสงค์การเดินทางของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นจะทำให้กลุ่มการบินมีผลประกอบการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในครึ่งปีหลัง 69 ซึ่งในกรณีของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เชื่อว่ากำไรได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/69 และน่าจะเริ่มฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ตั้งแต่ไตรมาส 3/69 เป็นต้นไป จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลงและอุปสงค์การเดินทางที่ยังคงแข็งแกร่ง ทั้งนี้ ยอดจองตั๋วช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. อยู่ในระดับสูง โดยมีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (cabin factor) ประมาณ 85% และยอดจองตั๋วล่วงหน้าในเดือนก.ย. 69 สูงกว่าในเดือนก.ย. 68
ดังนั้น ถึงแม้ว่ารายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย (passenger yield) จะมีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าในไตรมาส 3/69 เนื่องจากราคาบัตรโดยสารและค่าธรรมเนียมน้ำมัน (fuel surcharge) ที่สูงกว่าปกติในไตรมาส 2/69 จะกลับมาอยู่ในระดับปกติในไตรมาส 3/69 แต่เชื่อว่า cabin factor ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยชดเชยผลกระทบบางส่วน ขณะที่ในกรณีของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT การปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) ซึ่งมีผลตั้งแต่เดือนมิ.ย. 69 จะเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนผลกำไรในปี 70 อย่างมีนัยสำคัญ แต่เราเชื่อว่าราคาหุ้นน่าจะสะท้อนผลดีส่วนใหญ่แล้ว เนื่องจาก AOT ประกาศปรับ PSC อย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนก.พ. 69
นอกจากนี้ AOT ยังมี earnings leverage ต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวน้อยกว่าสายการบินและโรงแรม เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทขึ้นอยู่กับการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารเป็นหลัก ต่างจากสายการบินและโรงแรมที่อาจได้ประโยชน์เพิ่มเติมจากการปรับขึ้นค่าโดยสารและค่าห้องพัก
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Overweight) ในกลุ่มท่องเที่ยวของไทย เนื่องจากสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นและไฮ-ซีซั่นของการท่องเที่ยวในไตรมาส 4 จะช่วยให้ผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวมีผลประกอบการดีขึ้นในครึ่งปีหลัง 69 โดยยังคงเลือก THAI และ ERW เป็นหุ้น Top pick ซึ่งในกลุ่มโรงแรม ชอบ ERW และ SHR จากอุปสงค์การท่องเที่ยวที่ดีขึ้นในไทยและมัลดีฟส์ตามลำดับ
ส่วนในกลุ่มการบิน มองว่า THAI เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า AOT เนื่องจาก THAI มีการประเมินมูลค่าน่าสนใจและผลกำไรมีแนวโน้ม upside สูงกว่า ในขณะที่ผลดีจากการปรับขึ้นค่า PSC น่าจะสะท้อนในราคาของ AOT แล้วเป็นส่วนใหญ่
ทั้งนี้ มองว่าหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวอาจปรับตัวสูงขึ้นหากสถิตินักท่องเที่ยวแข็งแกร่งกว่าคาด, ค่าห้องพักเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/69 และต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรวมถึงต้นทุนการดำเนินงานต่ำกว่าคาด ขณะที่ downside risk จะมาจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางและอุปสงค์การเดินทางที่อ่อนตัวกว่าคาดทั่วโลก