CGSI มอง SET ฟื้นระยะสั้น 1,550-1,570 จุด จับตาจ้างงานสหรัฐฯ ชู DELTA-SPRC เด่น

CGSI ประเมิน SET วันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,550-1,570 จุด มีโอกาสฟื้นตัวระยะสั้น หลัง Bond Yield สหรัฐฯ ชะลอลงจากจุดสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ พร้อมจับตา Nonfarm Payrolls คืนนี้ แนะ DELTA-SPRC หุ้นเด่น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 ต.ค.2569) มีโอกาสฟื้นตัวในระยะสั้น หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ชะลอตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ช่วยลดแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ หรือ Nonfarm Payrolls ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รวมถึงทิศทางกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดโลก

ทั้งนี้ CGSI ประเมินกรอบดัชนี SET Index วันนี้ไว้ที่ 1,550-1,570 จุด โดยมองว่าการชะลอตัวของ Bond Yield สหรัฐฯ จะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน ขณะที่ตลาดยังรอปัจจัยใหม่จากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ

สำหรับตลาดหุ้นต่างประเทศ ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 50,926.56 จุด เพิ่มขึ้น 20.51 จุด หรือ 0.04% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,666.45 จุด เพิ่มขึ้น 14.91 จุด หรือ 0.19% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,871.60 จุด เพิ่มขึ้น 10.53 จุด หรือ 0.04% หลัง Bond Yield สหรัฐฯ ชะลอลงจากระดับสูง

ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลดลง โดยดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 626.65 จุด ลดลง 8.24 จุด หรือ 1.30% จากแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคาร ท่ามกลางความกังวลว่าอัตราดอกเบี้ยอาจทรงตัวในระดับสูงเป็นเวลานาน

ด้านราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ย. เพิ่มขึ้น 2.45 ดอลลาร์ หรือ 2.71% ปิดที่ 92.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือน พ.ย. เพิ่มขึ้น 4.28 ดอลลาร์ หรือ 4.37% ปิดที่ 102.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีรายงานว่าจีนระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมัน ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นอีกปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน

ส่วนราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้น 15.60 ดอลลาร์ หรือ 0.37% ปิดที่ 4,202.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยยังได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด และความคาดหวังว่าความจำเป็นในการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอาจลดลง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน CGSI แนะนำ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA โดยคาดว่ารายได้ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จะเติบโตดีขึ้น ตามทิศทางอัตรากำไรที่มีแนวโน้มฟื้นตัว แม้ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ โดยคาดรายได้ไตรมาส 3/2569 เติบโตประมาณ 15% จากไตรมาสก่อนหน้า พร้อมกำหนดจุดทำกำไรที่ 267 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 260 บาท

อีกหลักทรัพย์ที่แนะนำคือ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC แม้คาดว่าช่วงไตรมาส 4/2569 จะเผชิญแรงกดดันจากค่าระวางขนส่งและค่าพรีเมียมน้ำมันดิบที่สูงขึ้น แต่ประเมินว่าค่าการกลั่น หรือ GRM ในปี 2570 จะยังอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยของวัฏจักรอุตสาหกรรมที่ประมาณ 5-6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยให้จุดทำกำไรที่ 14.50 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 13.80 บาท

Back to top button