พรีวิว “7 แบงก์” งบ Q3 กำไรแตะ 5.6 หมื่นล้านบาท ชู KBANK-KTB เด่นสุด

บล.กรุงศรี (KSS) คาดกำไรไตรมาส 3/69 ของ 7 แบงก์ไทยแตะ 56,041 ล้านบาท KTB สูงสุด 13,000 ล้านบาท ตามด้วย KBANK กำไร 12,700 ล้านบาท ส่วน SCB กำไร 10,800 ล้านบาท และ BBL กำไร 10,300 ล้านบาท ขณะที่ KKP โตเด่นสุด 23% แตะ 2,060 ล้านบาท พร้อมเลือก KBANK และ KTB เป็นหุ้นเด่น ด้าน บล.เกียรตินาคินภัทร ชู TTB เด่นสุดกำไรโตสวนกลุ่ม


นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS ระบุว่า คาดการณ์ผลการดำเนินงานกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 3/2569 ของ 6 ธนาคารภายใต้การวิเคราะห์จะอยู่ที่ 5.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งลดลง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ คาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) จะทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ระดับ 2.66% แม้ผลตอบแทนจากการปล่อยสินเชื่อจะลดลงตามสัดส่วนสินเชื่อภาครัฐและองค์กรที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่า แต่การปรับลดต้นทุนเงินฝากจะช่วยชดเชยแรงกดดันได้เป็นส่วนใหญ่ แม้ NIM จะยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ 0.31% ซึ่งสะท้อนสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยที่สูงในช่วงต้นปี 2568 แต่แรงกดดันด้านส่วนต่างกำไรจะผ่อนคลายลงอย่างมากหลังจากนี้

ด้านสินเชื่อคาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่อง นำโดยกลุ่มสินเชื่อภาครัฐและองค์กร ส่งผลให้สินเชื่อรวมขยายตัว 0.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเติบโต 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและกิจกรรมในตลาดทุน

ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยประเมินว่าต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) จะลดลงมาอยู่ที่ 1.26% จาก 1.32% ในไตรมาสก่อนหน้า และ 1.47% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนอัตราส่วนหนี้เสีย (NPL) คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 3.53% พร้อมมีอัตราส่วนการตั้งสำรองต่อหนี้สงสัยจะสูญ (Coverage Ratio) แข็งแกร่งที่ 204% ทั้งนี้ ผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมคาดว่าจะมีจำกัดในไตรมาสนี้ แต่อาจต้องติดตามความเสี่ยงต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป

สำหรับกลยุทธ์ลงทุนแนะนำ “ซื้อ” ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ซึ่งคาดว่าจะเติบโต 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สวนทางกับธนาคารขนาดใหญ่แห่งอื่น อย่างไรก็ตาม หลังผ่านฤดูกาลจ่ายปันผลระหว่างกาล หุ้นกลุ่มธนาคารอาจเผชิญแรงขายทำกำไรจากการสับเปลี่ยนกลุ่มลงทุน

ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 ของธนาคารทั้ง 7 แห่งไว้ที่ 56,041 ล้านบาท ลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยยอดสินเชื่อรวมขยายตัว 0.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หรือเติบโต 2.6% นับตั้งแต่ต้นปี ด้านคุณภาพสินทรัพย์ คาดว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Gross NPL) จะเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ทำให้สัดส่วน NPL ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3.64% ขณะที่ภาพรวมค่าใช้จ่ายสำรองคาดว่าจะลดลง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมี Coverage Ratio อยู่ในระดับ 197%

โดยคาด บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO กำไร 1,780 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า, บริษัท ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB คาดกำไร 5,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ส่วนบริษัท ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP คาดกำไร 2,060 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า, บริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL คาดกำไร 10,300 ล้านบาท ลดลง 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ขณะที่ บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB คาดกำไร 13,000 ล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า, บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK คาดกำไร 12,700 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB คาดกำไร 10,800 ล้านบาท ลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

สำหรับประเด็นสถานการณ์น้ำท่วมประเมินว่าส่งผลกระทบในวงจำกัดเช่นกัน โดยหาก Credit Cost เพิ่มขึ้นทุกๆ 0.05% จะส่งผลกระทบให้กำไรสุทธิปี 2570 มีความเสี่ยงปรับลดลงเพียง 2.1% ภาพรวมกำไรสุทธิกลุ่มธนาคารในปี 2569 คาดว่าจะหดตัว 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะระดับ 2.21 แสนล้านบาท และจะกลับมาขยายตัว 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะระดับ 2.29 แสนล้านบาท ในปี 2570 พร้อมคาดหวังอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ระดับสูง 5-6%

ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำกลุ่มธนาคารเป็นมุมมองเชิงบวก (Bullish) โดยเลือก KBANK และ KTB เป็นหุ้นเด่นรับอานิสงส์วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่และทิศทางดอกเบี้ยขาลงที่สิ้นสุด

Back to top button