
KDMS รุกตลาดเฉพาะทาง “กระดูก-ข้อ” ดัน COE ผ่าตัดส่องกล้อง รับสังคมสูงวัย
KDMS เดินหน้ากลยุทธ์โรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกและข้อ ยกระดับการรักษาผ่านศูนย์ความเป็นเลิศ (COE) ผสานทีมแพทย์เฉพาะทาง เทคโนโลยี และแนวทางรักษามาตรฐานเดียว รองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ
นพ.ธนพล หวังธีระประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกและข้อ KDMS (ข้อดีมีสุข) เปิดเผยถึงแนวคิดและวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเฉพาะทางว่า การพัฒนาโรงพยาบาลในรูปแบบ Specialized Hospital เป็นทิศทางสำคัญของระบบสาธารณสุขในอนาคต สอดคล้องกับแนวโน้มระดับโลกที่โรงพยาบาลชั้นนำมักมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างชัดเจน เช่น โรงพยาบาลมะเร็งระดับโลก หรือโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านหัวใจและกระดูก ซึ่งเป็นรูปแบบที่ช่วยยกระดับคุณภาพการรักษาและผลลัพธ์ทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ผู้ป่วยในปัจจุบันมีการเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์มากขึ้น และให้ความสำคัญกับการรักษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากที่สุด ขณะเดียวกันประเทศไทยมีบุคลากรทางการแพทย์ที่จบการศึกษาจากต่างประเทศและมีความชำนาญเฉพาะทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โรงพยาบาลเฉพาะทางสามารถเติบโตและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ป่วยได้อย่างชัดเจน โดยผู้บริหารเชื่อมั่นว่า Specialized Hospital จะเป็นหนึ่งในโครงสร้างหลักของระบบสาธารณสุขไทยในอนาคต
โดยฐานะที่ KDMS เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้าน “กระดูกและข้อ” รวมถึงมีความเชี่ยวชาญในการรักษาผู้ป่วยโรคทางกระดูกสันหลัง โดยการให้บริการด้าน “Endoscopic Spine Surgery ไม่ได้แตกต่างกันที่การเข้าถึงเทคโนโลยี แต่แตกต่างกันที่ระดับความเชี่ยวชาญของแพทย์และทีมงานในการดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะในเคสที่มีความซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ การตัดสินใจทางคลินิก และการทำงานร่วมกันของทีม” ซึ่งการผ่าตัดส่องกล้องที่ KDMS ถือเป็นมิติใหม่ของการรักษาด้านกระดูกและข้อโดยเฉพาะกระดูกสันหลัง
เนื่องจาก kdms ยึดแนวคิด MIS (Minimally Invasive Surgery) หรือการผ่าตัดแผลเล็ก เป็นมาตรฐานหลัก ผลลัพธ์คือ แผลเล็ก เจ็บน้อย เสียเลือดน้อย ฟื้นตัวไว และกลับไปใช้ชีวิตได้เร็วกว่า เมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบดั้งเดิม มีความแม่นยำ การลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ และการฟื้นตัวที่รวดเร็วของผู้ป่วย ซึ่งเทคโนโลยี Endoscopic Spine Surgery ได้กลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานการรักษาสมัยใหม่ โดยโรงพยาบาล kdms เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่สามารถใช้ กล้อง Endoscope ช่วยในการผ่าตัดกระดูกสันได้ครอบคลุมทุกส่วน เนื่องจากความพร้อมครบทั้งด้านเทคโนโลยีและทีมแพทย์เฉพาะทาง ทำให้สามารถเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุด ลดระยะเวลาการพักฟื้นของผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลังเหลือเพียงประมาณ 1–3 วัน โดยขึ้นอยู่กับชนิดของโรค ความซับซ้อนของการรักษา และสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย
สำหรับการยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้าน Endoscopic Spine Surgery เป็นการรองรับการเติบโตของผู้ป่วยที่มีแนวโน้มเพิ่มมาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่ม Aging Society แต่ยังครอบคลุมวัยทำงานที่อายุ 30 – 45 ปี โดยเฉพาะปัจจุบันที่คนรุ่นใหม่หันมาใช้ชีวิตแบบ Active Lifestyle คือการทำงานเต็มที่ ออกกำลังกายเต็มที่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในสาเหตุของการเสื่อมของกระดูกและข้อ
โดยข้อมูลจากกรมการแพทย์ชี้ว่ามีคนไทยป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับความเสื่อมของกระดูกและข้อกว่า 6 ล้านคน และที่น่าจับตามองคือ การขยายตัวของโรคในกลุ่มคนอายุน้อยลง โดยเฉพาะกลุ่ม “วัยทำงาน” (อายุ 30-45 ปี) ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้จากข้อมูลของ kdms พบว่า ในช่วงตั้งแต่มกราคม พ.ศ. 2565 ถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2568) มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษามากกว่า 120,000 ราย คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมในช่วงกว่า 4 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 25% ซึ่งสะท้อนแนวโน้มที่ผู้ป่วยหันมาใช้บริการโรงพยาบาลเฉพาะทางมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มโรคที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเชิงลึกและการดูแลอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
การเติบโตดังกล่าวสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ป่วยต่อแนวทางการรักษาแบบเฉพาะทาง และการเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับสภาพโรคของแต่ละราย และหากเมื่อพิจารณาโครงสร้างผู้ป่วย พบว่ากลุ่มผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 12% ของผู้ป่วยทั้งหมดหรือประมาณ มากกว่า 13,000 ราย และมีอัตราการเติบโตสอดคล้องกับการเติบโตโดยรวมของโรงพยาบาล ซึ่งสอดคล้องกับ Demand เชิงโครงสร้าง จากสังคมผู้สูงวัยและความต้องการคงสมรรถภาพการเคลื่อนไหวในระยะยาว
“ในมิติของการผ่าตัด kdms มีความพร้อมทั้งด้านทีมแพทย์และเทคโนโลยี โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มากกว่า 70% ของการผ่าตัดใช้เทคนิค Endoscopic ซึ่งเป็นมาตรฐานการผ่าตัดแผลเล็กขั้นสูงในปัจจุบัน สัดส่วนการใช้เทคนิค Endoscopic ในระดับสูงยังสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญเชิงลึกและประสบการณ์สะสมที่เพียงพอในการดูแลเคสที่มีความซับซ้อนในระยะยาว” นพ.ธนพล กล่าว
ด้าน นพ.กรกช ธรรมผ่องศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกและข้อ KDMS กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ และคาดว่าจะเข้าสู่ระดับ Super Aged Society ภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี ส่งผลให้ความต้องการด้านบริการรักษาโรคกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โรงพยาบาลจึงวางกลยุทธ์การดูแลรักษาที่มุ่งเน้นความลึกและความแม่นยำ ด้วยการให้บริการเฉพาะ 2 สาขาหลัก ได้แก่ ศัลยกรรมกระดูกและข้อ และเวชศาสตร์ฟื้นฟู ทำให้สามารถพัฒนาความเชี่ยวชาญเชิงลึก ทั้งด้านทีมแพทย์ เครื่องมือ เทคโนโลยี และแนวทางการรักษาได้อย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังเตรียมพัฒนาแนวคิด Center of Excellence (COE) หรือศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โดยจะยกระดับมาตรฐานการดูแลรักษาโรคที่พบบ่อยให้มีแนวทาง (Guideline) เดียวกันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักกายภาพบำบัด ไปจนถึงทีมสหวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีมาตรฐานเดียวกันอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ
สำหรับจุดเด่นที่แตกต่างจากโรงพยาบาลทั่วไป นพ.กรกช ระบุว่า KDMS มีการให้บริการด้านกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อครอบคลุมลึกถึง 16 สาขาเฉพาะทาง ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลแบบครบวงจรและตรงจุด อีกทั้งการรักษาดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางในแต่ละโรคโดยตรง เช่น โรคมือ เข่า หรือกระดูกสันหลัง รวมถึงการดูแลผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนด้วยทีมแพทย์มากกว่าหนึ่งสาขา เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัยในการรักษา
ทั้งนี้ ในช่วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาล KDMS ได้ให้การดูแลผู้ป่วยแล้วกว่า 120,000 ราย โดยเป็นผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังประมาณ 13,000 ราย สะท้อนถึงความต้องการด้านการรักษาเฉพาะทางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด โรงพยาบาลได้จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้กับสื่อมวลชนและบริษัทประกัน เพื่ออัปเดตแนวโน้มการรักษา โดยเฉพาะแนวคิดการผ่าตัดแผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็วในด้านกระดูกสันหลัง
นพ.กรกช กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงพยาบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับจริยธรรมทางการแพทย์ เคารพการตัดสินใจของแพทย์ตามข้อบ่งชี้ทางวิชาชีพ โดยมุ่งเน้นการรักษาแบบไม่ผ่าตัดเป็นหลักก่อน หากไม่จำเป็นจะไม่ทำการผ่าตัด ซึ่งสถิติผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดมีเพียงประมาณ 2–3% เท่านั้น ขณะที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถฟื้นฟูได้ด้วยการรักษาแบบอนุรักษ์นิยมและเวชศาสตร์ฟื้นฟู สะท้อนแนวทางการดูแลที่ครบถ้วน รอบคอบ และยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง
“ปัจจุบันแม้ kdms จะเน้นการรักษาให้กับผู้ป่วยชาวไทยเป็นหลัก อย่างไรก็ตามพบว่ามีผู้ป่วยชาวต่างชาติให้ความสนใจมารับการรักษาในโรงพยาบาล kdms เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งประเทศไทยมีความพร้อมด้านการรักษาโรคเฉพาะทางกระดูกและข้อในระดับที่สามารถแข่งขันได้กับประเทศพัฒนาแล้วในภูมิภาคอาเซียน โดยมีศักยภาพในการพัฒนาไปสู่ Regional Hub ได้ในระยะยาว ซึ่งถือเป็นเป้าหมายการเติบโตด้านการรักษาในระยะยาวของ kdms” นพ.กรกช กล่าว