
ครม. จ่อเคาะแยกกระทรวงท่องเที่ยว-กีฬา คลังชงทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ ก่อนประกาศสิทธิ
นายกฯ “อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะประชุม ครม. จับตาไฟเขียวแยกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยตั้งกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และกระทรวงการกีฬา ขณะที่คลังเสนอทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ 17 ก.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 ก.ค.69) เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
โดยมีวาระการประชุมที่น่าสนใจหลายเรื่อง ซึ่งหนึ่งในวาระสำคัญที่หลายฝ่ายจับตา คือ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เพื่อปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการของกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเสนอทบทวนหลักเกณฑ์โครงการลงทะเบียนเพื่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 (บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) เนื่องจาก ครม. มีมติเดิมให้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จึงจำเป็นต้องเสนอ ครม. พิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้แล้วเสร็จก่อนประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิภายใต้หลักเกณฑ์ใหม่
ก่อนหน้านี้ นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง ระบุว่า การเสนอเรื่องต่อ ครม. ในครั้งนี้ เพื่อขออนุมัติปรับปรุงและงดเว้นการใช้หลักเกณฑ์บางประการของโครงการลงทะเบียนเพื่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ได้แก่ 1. การไม่นำค่าลดหย่อนของบิดามารดามาคำนวณ โดยยังคงใช้เกณฑ์ค่าลดหย่อนของคู่สมรสและบุตรตามเดิม และ 2. การผ่อนปรนหลักเกณฑ์เกี่ยวกับหนี้สินภาคการเกษตร เนื่องจากเกษตรกรบางรายอาจมียอดหนี้เกิน 100,000 บาท ตามรอบฤดูเพาะปลูก
ด้านกระทรวงพาณิชย์ เสนอร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ 1. ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับสาธารณรัฐประชาชนจีน 2. ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับสำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และ 3. ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านช่างตวงวัด ระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับสำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีกำหนดลงนามในระหว่างการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายกรัฐมนตรี วันที่ 20 กรกฎาคมนี้
ส่วนกระทรวงพลังงาน เสนอโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ได้แก่ โครงการเขื่อนภูมิพล ชุดที่ 1 โครงการเขื่อนศรีนครินทร์ ชุดที่ 1 และโครงการเขื่อนวชิราลงกรณ ชุดที่ 1
ขณะที่สำนักงบประมาณ เสนอขอเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดย ครม. จะพิจารณาแนวทาง หลักเกณฑ์ แผน และขั้นตอนการเสนอขอเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณปี 2570 ซึ่งกำหนดให้หน่วยรับงบประมาณจัดทำรายละเอียดการเสนอขอเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เสนอต่อสำนักงบประมาณ ระหว่างวันที่ 15-17 กรกฎาคม 2569
ด้านกระทรวงคมนาคม เสนอขอความเห็นชอบการจัดงาน The Second Advanced Air Mobility Symposium 2026 (AAM 2026) รวมถึงร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ว่าด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดงาน AAM 2026
นอกจากนี้ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอผลการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ครั้งที่ 3/2569 เพื่อพิจารณาขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2569

