เปิดเอกสารเชือด “หมอไห่” บอร์ดสรรหาฟันเอกฉันท์ ซุกสเปกแฝงลูกจ้างรัฐ!

เปิดคำวินิจฉัย กสทช. ชี้ “นพ.สรณ” เข้าข่ายลูกจ้างหน่วยงานรัฐ เหตุยังปฏิบัติหน้าที่แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง และถือว่าสละสิทธิรับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตั้งแต่ต้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เคยมีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบปัญหาคุณสมบัติของ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก่อนที่เรื่องดังกล่าวจะถูกส่งต่อผ่านสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีไปยังเลขาธิการวุฒิสภา จนคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ชุดเดิม ซึ่งเป็นชุดที่เคยคัดเลือกศาสตราจารย์คลินิกสรณเข้าสู่ตำแหน่งเมื่อปี 2565 ที่จะต้องพิจารณาวินิจฉัยเรื่องนี้ต่อไปตามกฎหมายนั้น

ล่าสุด มีการเผยแพร่เอกสารคำวินิจฉัยฉบับเต็มของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ซึ่งระบุว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่า ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ สละสิทธิ์ในการเข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. ตั้งแต่ต้น เนื่องจากยังคงปฏิบัติหน้าที่แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงที่โรงพยาบาลรามาธิบดี จนถึงเพียงหนึ่งวันก่อนได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง อันเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่

คำวินิจฉัยดังกล่าวสืบเนื่องมาจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ส่งเรื่องให้วุฒิสภาและคณะกรรมการสรรหาฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ระบุว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง จึงยังคงอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหาชุดเดิมในการตรวจสอบและวินิจฉัย ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาฯ ที่มี นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล เป็นประธาน ได้ร่วมพิจารณาพยานหลักฐานอย่างละเอียด

สำหรับสาระสำคัญในคำวินิจฉัยแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

  1. ปฏิบัติหน้าที่แพทย์รับค่าตอบแทนรายชั่วโมงจริง ที่ประชุมวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์ว่า แม้ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ จะยื่นหนังสือแสดงหลักฐานการลาออกจากตำแหน่งรองคณบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2565 แต่จากการตรวจสอบเอกสารประกอบกับหนังสือชี้แจงของศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ เอง ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 8 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตรวจรักษาผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยมีสถานะเป็น “แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง” เรื่อยมาจนถึงวันก่อนหน้าที่จะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเพียง 1 วัน
  1. ชี้สถานะเข้าข่าย “ลูกจ้างหน่วยงานรัฐ” เป็นลักษณะต้องห้าม คณะกรรมการสรรหาฯ มีมติเอกฉันท์เห็นว่า การเป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งเป็นส่วนงานของมหาวิทยาลัยมหิดล (หน่วยงานในกำกับของรัฐ) ย่อมอยู่ภายใต้การมอบหมายงาน การควบคุมดูแล และการจ่ายเงินค่าตอบแทนตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย จึงถือเป็น “ลูกจ้าง” ของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ที่ห้ามกรรมการ กสทช. เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ ซึ่งเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ที่ห้ามกรรมการ กสทช. เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ
  2. ผลทางกฎหมายถือว่า “สละสิทธิ” มาตั้งแต่แรก เมื่อศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ยังคงมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) และไม่ได้เลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพดังกล่าวให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด (ภายในวันที่ 11 มกราคม 2565) กฎหมายตามมาตรา 18 จึงบัญญัติให้ถือเป็นบทสันนิษฐานเด็ดขาดว่า นพ.สรณ “สละสิทธิ” ในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตั้งแต่ต้น

ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ ระบุว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นที่สุดตามกฎหมายในชั้นคณะกรรมการสรรหา อย่างไรก็ดี ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ยังสามารถใช้สิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย

อย่างไรก็ดี เมื่อวานนี้ (20 ก.ค.69) ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นครั้งแรก ภายหลังคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีมติกรณีคุณสมบัติ โดยยืนยันว่าได้ยุติสถานะการเป็นพนักงานของรัฐ และพ้นจากการเป็นลูกจ้างประจำของหน่วยงานรัฐตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565

ส่วนกรณีที่มีข้อสังเกตว่ายังคงรักษาผู้ป่วยในช่วงก่อนมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนั้น นพ.สรณ ชี้แจงว่า เป็นเพียงการส่งมอบและส่งต่อผู้ป่วยที่อยู่ในความรับผิดชอบเดิม เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรมทางการแพทย์ ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพนักงานหรือลูกจ้างของโรงพยาบาล

ในช่วงเวลาดังกล่าวยังมีผู้ป่วยที่นัดหมายไว้ล่วงหน้า ทั้งการสวนหัวใจและการทำบอลลูนหลอดเลือดหัวใจ จึงจำเป็นต้องประสานให้แพทย์รายอื่นรับช่วงดูแลต่อ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยได้รับผลกระทบ โดยเมื่อส่งมอบภารกิจทั้งหมดแล้ว ได้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ก่อนมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

สำหรับข้อกฎหมาย นพ.สรณ เห็นว่ายังไม่มีบทบัญญัติชัดเจนว่าบุคคลหรือองค์กรใดมีอำนาจวินิจฉัยประเด็นดังกล่าว จึงไม่เห็นด้วยที่คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. เป็นผู้พิจารณา พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยย้ำว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย และภายหลังวันที่ 8 มกราคม 2565 ไม่ได้มีสถานะเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐอีกต่อไป

Back to top button