“เอกนิติ” ย้ำเวทีดาวอส อาเซียนต้องเร่งเครื่อง รับ 3 เมกะชิฟต์ ฝ่าเศรษฐกิจผันผวน

รองนายกฯ “เอกนิติ” ระบุอาเซียนเผชิญแรงกดดันจาก 3 เมกะชิฟต์ ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ AI และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หนุนเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาทักษะแรงงาน และเชื่อมเอสเอ็มอีเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิต เพื่อเสริมขีดความสามารถการแข่งขัน ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026 ที่เมือง ดาวอส สมาพันธรัฐสวิส โดยเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ได้ร่วมอภิปรายหลักในหัวข้อ “Is ASEAN Moving Fast Enough?”

นายเอกนิติ ระบุว่า เศรษฐกิจอาเซียนกำลังเผชิญบททดสอบสำคัญจาก 3 เมกะชิฟต์ (Mega Shifts) ได้แก่ มิติด้านภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ที่กระทบการค้าและห่วงโซ่อุปทานโลก การเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พลิกโฉมผลิตภาพทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว

ทั้งนี้ อาเซียนยังมีจุดแข็งจากความเปิดกว้าง ความเป็นกลาง และการยึดกติกาสากล ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน หากประเทศสมาชิกเร่งขับเคลื่อนการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน คมนาคม และดิจิทัล การพัฒนาทักษะแรงงาน รวมถึงการเชื่อมโยงเอสเอ็มอีเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิต จะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค

แนวทางดังกล่าวจะเอื้อประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างชัดเจน ทั้งการดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่มีคุณภาพ และการยกระดับเศรษฐกิจสู่กลุ่มอุตสาหกรรมอนาคตและบริการมูลค่าสูง พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านกฎเกณฑ์ดิจิทัล ความมั่นคงไซเบอร์ และเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อการเติบโตที่ทั่วถึง ยั่งยืน และแข็งแกร่งในระยะยาว

นอกจากนี้ ในห้วงการประชุม WEF 2026 นายเอกนิติ ได้หารือกับ Mr. Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) และ Ms. Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลก แนวทางความร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจไทย การสร้างงานคุณภาพ และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว

Mr. Ajay Banga (World Bank Group)

รวมถึงความคืบหน้าและการเตรียมความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 โดยทั้งสององค์กรชื่นชมบทบาทของไทยด้านดิจิทัลการเงิน การพัฒนาทักษะแรงงาน และการเติบโตอย่างทั่วถึง พร้อมเห็นพ้องแผนเตรียมงานร่วมกันเพื่อให้การจัดประชุมเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ

Ms. Kristalina Georgieva (IMF)

Back to top button