“ทองโลก” ผันผวนหาฐานใหม่! ลุ้นแรงซื้อจีนพยุงยืน 4,700 ดอลลาร์ หลังราคาทรุดในรอบหลายปี

ราคาทองคำโลกยังผันผวนสูง หลังร่วงแรงจากแรงขายเพื่อสภาพคล่องและดอลลาร์แข็งค่า ขณะที่แรงซื้อจากนักลงทุนจีนก่อนตรุษจีนเริ่มช่วยประคองราคาในระยะสั้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาทองคำโลกวันนี้ (3 ก.พ.69) ยังคงอยู่ในภาวะผันผวนรุนแรง หลังจากปรับตัวลงอย่างหนักตลอดช่วง 2–3 วันที่ผ่านมา ภายหลังราคาทะยานขึ้นทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใกล้ระดับ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ก่อนเผชิญแรงขายจากภาวะ Force Sell และ Liquidity Shock ในตลาดโลก อย่างไรก็ดี ล่าสุดเริ่มเห็นสัญญาณทรงตัวและฟื้นตัวระยะสั้น จากแรงซื้อของนักลงทุนชาวจีนก่อนเทศกาลตรุษจีน

ราคาทองคำโลก (Gold Spot : XAU/USD) รีบาวด์แรงในช่วงเช้าวันนี้ โดยจากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.59 น. ตามเวลาในประเทศไทย ราคาทองคำสปอตปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 4,781.35 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 121.25 ดอลลาร์ หรือ 2.60% จากวันก่อนหน้า สะท้อนแรงซื้อกลับในเชิงเทคนิค หลังราคาทองคำปรับฐานรุนแรงในช่วงก่อนหน้า ท่ามกลางความผันผวนสูงจากแรงขายเพื่อรักษาสภาพคล่องในตลาดโลก

ขณะเดียวกัน ราคาทองคำในประเทศ เปิดตลาดเช้าวันนี้ปรับขึ้น 850 บาท ตามการประกาศของสมาคมค้าทองคำ ณ เวลา 09.07 น. โดยทองคำแท่ง 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาททองคำละ 71,800 บาท และขายออกบาททองคำละ 72,000 บาท ส่วนทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาททองคำละ 70,357.56 บาท และขายออกอยู่ที่บาททองคำละ 72,800 บาท

นักวิเคราะห์ระบุว่า สาเหตุหลักของการปรับฐานราคาทองคำรอบนี้มาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ หลังตลาดกังวลว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเสนอชื่อ เควิน วอร์ช ขึ้นเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ แทน เจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งจะหมดวาระในเดือนพฤษภาคมนี้

ตลาดมองว่า วอร์ชมีจุดยืนในการคุมเข้มนโยบายการเงินและการควบคุมเงินเฟ้ออย่างชัดเจน อีกทั้งเคยวิจารณ์มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของเฟดว่าเป็นปัจจัยซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำ ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 แตะระดับ 97.60 จุด กดดันราคาทองคำซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

แรงกดดันสำคัญอีกด้านมาจากกลไกทางเทคนิคของตลาด หลังตลาดล่วงหน้า โดยเฉพาะ CME Group ปรับเพิ่มอัตราหลักประกัน (Margin) จาก 6% เป็น 8% ทำให้นักลงทุนที่ใช้ Leverage สูงถูกเรียกหลักประกันเพิ่ม และถูกบังคับขาย ส่งผลให้แรงขายลุกลามเป็น Liquidity Shock ในตลาดการเงินโลก

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้กองทุนและนักลงทุนสถาบัน จำเป็นต้องขายสินทรัพย์อื่นที่มีสภาพคล่องสูง เพื่อนำเงินสดมาชดเชยความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดโลก คริปโตเคอร์เรนซี รวมถึงน้ำมันและโลหะอุตสาหกรรม ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์หลายประเภทปรับตัวลงพร้อมกัน แม้ปัจจัยพื้นฐานจะไม่ได้เปลี่ยนแปลง

  • “ฮั่วเซ่งเฮง” มองทิศทางทองวันนี้แกว่งไซด์เวย์

ในอีกด้านหนึ่ง “ฮั่วเซ่งเฮง” ประเมินว่า แนวโน้มราคาทองคำวันนี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะ “Sideway” หลังจากปรับตัวลงแรง โดยเริ่มเห็นแรงฟื้นตัวระยะสั้นจากนักลงทุนชาวจีนที่เข้าซื้อทองคำใน ตลาดเซินเจิ้น เพื่อสะสมทองรูปพรรณและทองแท่งก่อน เทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นปัจจัยตามฤดูกาลที่มักช่วยพยุงราคาทองคำในฝั่งเอเชีย

จากการประเมินของเพจ HSHsocial ระบุว่า ราคาทองคำโลกมีแนวต้านสำคัญในช่วง 4,885–5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 4,660–4,500 ดอลลาร์ ส่วนทองคำแท่งในประเทศมีแนวต้านที่ระดับ 73,150–74,400 บาท และแนวรับที่ 70,200–68,600 บาท

ขณะเดียวกัน กองทุน SPDR Gold Trust ยังคงถือครองทองคำในระดับเดิมที่ 1,087.1 ตัน สะท้อนว่ากองทุนรายใหญ่ยังไม่ได้เร่งลดสถานะเพิ่มเติมในช่วงนี้

นักวิเคราะห์มองว่า ในระยะสั้นราคาทองคำยังคงมีความผันผวนสูง และอาจยังไม่ผ่านจุดต่ำสุดอย่างชัดเจน การเข้าลงทุนจึงควรใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะนักลงทุนที่ถือสถานะต้นทุนสูง ควรแบ่งไม้สะสม และติดตามปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ (NFP) รวมถึงทิศทางเงินดอลลาร์อย่างใกล้ชิด

รอบการปรับฐานในครั้งนี้สะท้อนว่า ทองคำอาจไม่ใช่หลุมหลบภัยเสมอไปในภาวะวิกฤต เนื่องจากเมื่อราคาทองคำร่วงแรงจนกระทบสภาพคล่อง นักลงทุนมีแนวโน้มขายสินทรัพย์ทุกประเภทเพื่อถือเงินสดเป็นหลัก

ทั้งนี้ ภาวะ Force Sell ในตลาดโลกอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดเกิดใหม่ รวมถึง ตลาดหุ้นไทย ในระยะสั้น โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง อย่างไรก็ดี การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันด้านสภาพคล่องเป็นหลัก มากกว่าการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐาน

Back to top button