
“สหรัฐ” เล็งผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมัน “อิหร่าน” หวังเพิ่มอุปทานกดราคาพลังงาน
รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณพิจารณายกเว้นข้อจำกัดน้ำมันอิหร่านบางส่วน หวังกระจายอุปทานสู่ตลาดโลก แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ผลต่อราคาจำกัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวบีบีซี รายงานวันนี้ (20 มี.ค.69) โดยอ้างอิงบทสัมภาษณ์ในรายการ Mornings with Maria ทาง Fox Business ว่า สหรัฐอเมริกากำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันบางส่วนของอิหร่าน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามที่กดดันตลาดพลังงานโลก
รายงานระบุว่า นายสก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า แนวคิดดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันที่พร้อมจำหน่ายในตลาดโลก หลังจากสงครามส่งผลกระทบต่อการขนส่งและกำลังการผลิต ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ มาตรการที่อยู่ระหว่างการพิจารณาอาจรวมถึงการผ่อนผันข้อจำกัดการขายน้ำมันอิหร่านบางส่วนที่อยู่ในทะเลแล้ว ซึ่งมีปริมาณราว 140 ล้านบาร์เรล โดยประเมินว่าอาจช่วยกดดันราคาน้ำมันโลกในระยะสั้นประมาณ 10–14 วัน
อย่างไรก็ตาม เบสเซนต์ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบของมาตรการผ่อนผันดังกล่าว รวมถึงแนวทางป้องกันไม่ให้รายได้จากการขายน้ำมันไหลกลับไปสนับสนุนรัฐบาลอิหร่าน ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐปฏิเสธให้ข้อมูลเพิ่มเติม
ด้าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า “สหรัฐฯ จะดำเนินทุกวิถีทางเพื่อควบคุมราคาพลังงาน” โดยไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจน
ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน มองว่า แม้มาตรการดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มอุปทานในตลาดได้บางส่วน แต่ผลกระทบต่อราคาน้ำมันจะมีจำกัด เนื่องจากปริมาณน้ำมันดังกล่าวยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับอุปสงค์รวมของโลก อีกทั้งน้ำมันอิหร่านบางส่วนยังคงถูกส่งเข้าสู่ตลาดอยู่แล้ว แม้ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าการผ่อนคลายข้อจำกัดอาจทำให้รัฐบาลอิหร่านมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยนายเดวิด แทนเนนบอม (David Tannenbaum) จาก Blackstone Compliance Services ระบุว่า แนวคิดดังกล่าวอาจเปิดทางให้อิหร่านสามารถนำรายได้จากการขายน้ำมันไปสนับสนุนการดำเนินการทางทหาร
ทั้งนี้ ก่อนเกิดความขัดแย้ง จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายหลัก โดยรับซื้อในราคาส่วนลดจากผลของมาตรการคว่ำบาตร ขณะที่ข้อเสนอใหม่ของสหรัฐอาจช่วยกระจายอุปทานไปยังประเทศอื่น เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย
รายงานยังระบุว่า แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากสหรัฐฯ ดำเนินมาตรการเพิ่มอุปทานพลังงานในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ และการผ่อนคลายข้อจำกัดน้ำมันรัสเซียบางส่วน ซึ่งเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์จากชาติยุโรป
ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามแรงต้านทางการเมืองภายในประเทศ หลังจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เพิ่งผ่านร่างกฎหมายเพิ่มความเข้มงวดมาตรการคว่ำบาตรภาคน้ำมันของอิหร่าน
ทั้งนี้ แม้มาตรการดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันในตลาดโลกได้ในระยะสั้น แต่ผลต่อราคาพลังงานยังมีแนวโน้มจำกัด และยังมีความไม่แน่นอนด้านนโยบายและแรงต้านทางการเมืองที่ต้องติดตามต่อไป

