“ดาวโจนส์” ปิดลบ 628 จุด หุ้นซอฟต์แวร์ทรุด–น้ำมันพุ่งเฉียด 100 เหรียญกังวลสงคราม

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดลบ 628.18 จุด ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ร่วงตาม หุ้นซอฟต์แวร์ถูกขายจากความกังวล AI ดิสรัปต์ธุรกิจ ด้านน้ำมันเบรนท์พุ่งแตะ 99.46 ดอลลาร์ หลังสถานที่ด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบียถูกโจมตี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันอังคาร (8 ก.ย.69) ปรับตัวลงทั้ง 3 ดัชนีหลัก หลังแรงขายหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์กดดันตลาด ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 52,786.07 จุด ลดลง 628.18 จุด หรือ -1.18% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,673.52 จุด ลดลง 45.08 จุด หรือ -0.58% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,421.41 จุด ลดลง 85.58 จุด หรือ -0.32%

แรงกดดันสำคัญมาจากหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ หลังการเปิดตัว GPT-6 Astra โมเดล AI รุ่นใหม่ของ OpenAI จุดกระแสความกังวลว่า AI อาจเข้ามาแข่งขันกับบริการของบริษัทซอฟต์แวร์เฉพาะทาง ส่งผลให้ Salesforce, Intuit และ ServiceNow ปรับตัวลงราว 4–5%

อย่างไรก็ตาม หุ้นบางส่วนที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนด้าน AI ปรับตัวสวนตลาด โดย Intel พุ่ง 9% และ Qualcomm เพิ่มขึ้น 3.2% หลังมีข้อตกลงกับ Amazon เพื่อร่วมพัฒนาชิป AI แบบเฉพาะทาง สะท้อนว่าแรงซื้อยังคงกระจุกตัวในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI

ขณะที่หุ้น Apple ลดลง 1.2% ก่อนการจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่วนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวลงตามราคา Bitcoin ที่อ่อนตัวลง

อีกปัจจัยที่กดดันตลาดคือราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นแรง หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียด โดยกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เปิดฉากโจมตีสถานที่ด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบีย ทำให้ตลาดกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 99.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์

ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงยิ่งเพิ่มความกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อในสหรัฐฯ และทำให้ข้อมูลเงินเฟ้อที่จะเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนสิงหาคม มีกำหนดเปิดเผยในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเร่งขึ้นเป็น 5.4% จาก 4.7% ในเดือนกรกฎาคม

ขณะเดียวกัน ข้อมูลการจ้างงานเดือนสิงหาคมที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ทำให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน โดยตลาดให้น้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยราว 60%

ด้านตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4.79% จาก 4.78% ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและแนวโน้มดอกเบี้ย ซึ่งยังเป็นปัจจัยกดดันต่อมูลค่าหุ้นและต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจ

นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะทยอยเปิดเผยก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) วันที่ 15–16 กันยายน 2569 ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการตัดสินใจว่าจะคงหรือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยตลาดจะประเมินทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจ ความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน และแรงกดดันจากราคาพลังงาน เพื่อหาสัญญาณว่าเฟดจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้นหรือไม่

Back to top button