อัปเกรดไฟ 1,150 MW! พลังงานรุกหนัก ดันไทยผงาด “ฮับดาต้าเซนเตอร์” แห่งภูมิภาค

กระทรวงพลังงานอัปเกรดโครงข่ายระบบส่งไฟ เพิ่มกำลัง 1,150 MW รองรับบูมดาต้าเซนเตอร์ใน EEC ดันไทยสู่ศูนย์กลาง Hyperscale หนุนเม็ดเงินลงทุนดิจิทัลระยะยาว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน นำคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีไฟฟ้าแรงสูงพานทอง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมเปิดเผยว่า การเพิ่มศักยภาพระบบส่งไฟฟ้าเป็นสิ่งที่กระทรวงพลังงานให้ความสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่พุ่งสูงขึ้นจากการขยายตัวของดาต้าเซนเตอร์ (Data Center) รองรับกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ (LPLC)

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ได้รับอนุมัติแผนลงทุนในระยะเร่งด่วน เพิ่มจุดจ่ายไฟฟ้าและติดตั้งหม้อแปลงเพิ่มเติมรวมกว่า 1,150 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งปัจจุบันสถานีไฟฟ้าแรงสูงระยอง 2 ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนสถานีไฟฟ้าแรงสูงพานทองและปลวกแดง จะทยอยจ่ายไฟได้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ไปจนถึงต้นปี 2570 และมีแผนขยายกำลังการผลิต เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนในด้านความมั่นคงทางพลังงาน

นอกจากนี้ คณะได้เยี่ยมบริษัท GSA Data Center บริษัทร่วมทุนระหว่าง 3 พันธมิตร ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS และ Singtel บริษัทสื่อสารและโทรคมนาคมรายใหญ่ของสิงคโปร์ ซึ่งเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระดับ Hyperscale หรือโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่รองรับผู้ให้บริการคลาวด์และเทคโนโลยีระดับโลก

โดยโครงการ GSA01 จังหวัดสมุทรปราการ ขนาด 25.6 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 ขณะที่ GSA02 จังหวัดชลบุรี ขนาด 38.1 เมกะวัตต์ คาดว่า จะเปิดดำเนินการในไตรมาสแรกของปี 2570 โดยโครงการดังกล่าวออกแบบในระดับ Tier 3+ รองรับกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพและความปลอดภัยระดับสูง และความยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างสมดุลระหว่างความต้องการใช้ไฟฟ้าและการลดคาร์บอน ผ่าน Direct PPA และ Utility Green Tariff เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน

ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า การยกระดับศักยภาพระบบส่งไฟฟ้าในครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางดาต้าเซนเตอร์ของภูมิภาค ซึ่งไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะเรื่องปริมาณไฟฟ้าที่เพียงพอเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นเรื่องเสถียรภาพและความยั่งยืนผ่านการใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่ม Hyperscale ระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ESG เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม AI และ Cloud Computing ให้เติบโตอย่างมั่นคงในพื้นที่ EEC รวมทั้งได้มองหาพื้นที่อื่น ๆ ที่มีศักยภาพ

Back to top button