“อนุทิน” ระดมความมั่นคง–เศรษฐกิจ ถกศึกตะวันออกกลาง วางมาตรการลดผลกระทบไทย

นายกฯ เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การเงิน และภาคเอกชน ประเมินสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง พร้อมสั่งเตรียมมาตรการดูแลพลังงาน การค้า การลงทุน และเร่งช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง


ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันนี้ (2 มี.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเชิญหน่วยงานด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การเงิน พลังงาน และภาคเอกชน เข้าหารืออย่างพร้อมเพรียง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย

การประชุมมีผู้เข้าร่วมจากหลายฝ่าย ประกอบด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ด้านหน่วยงานเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ มีนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายปิติ ดิษยทัต รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมด้วย

ขณะที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เนื่องจากติดภารกิจในต่างประเทศ

นายกรัฐมนตรี กล่าวช่วงต้นการประชุมว่า ได้เรียกประชุมทุกฝ่ายเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งมีการปฏิบัติการทางทหาร เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยขณะนี้เป้าหมายการโจมตียังเป็นเป้าหมายทางทหาร อย่างไรก็ตาม อิหร่านได้ตอบโต้ไปยังหลายประเทศในภูมิภาค และมีรายงานการเริ่มโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไทยย่อมได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทุกด้านเพื่อจำกัดความเสียหาย โดยให้มีผลกระทบต่อประเทศไทยน้อยที่สุด

นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงเช้าได้มีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และมีมาตรการหลายด้านเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศ ซึ่งจะนำมาต่อยอดในการประชุมครั้งนี้ โดยเฉพาะการเตรียมมาตรการด้านเศรษฐกิจและการดูแลภาคเอกชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด

ในส่วนของการช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ ขณะนี้ได้ดำเนินการผ่านกลไกทางการทูตอย่างใกล้ชิด โดยจะให้ความช่วยเหลือในทุกรูปแบบ สำหรับคนไทยในอิหร่านจะเร่งดำเนินการช่วยเหลือและนำกลับประเทศไทยโดยเร็วเป็นลำดับต้น ๆ ส่วนประเทศอื่น ๆ จะประสานผู้ที่มีความประสงค์เดินทางกลับ พร้อมจัดมาตรการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้ที่ประชุมร่วมกันประเมินสถานการณ์ในระยะต่อไป โดยให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อคนไทยและธุรกิจไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นราคาพลังงาน การค้า การลงทุน การส่งออก การท่องเที่ยว และค่าครองชีพ

พร้อมกันนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอแนวทางรับมือที่ชัดเจนและสามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อบรรเทาผลกระทบและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและภาคเอกชนสามารถดำเนินชีวิตและประกอบธุรกิจได้อย่างปกติที่สุดภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

Back to top button