“แต๋มทำผิดเหรอคะ?” รองนายก “ศุภจี” แจงยิบดราม่าทุเรียน ใช้ความเก่งสู้นอก Comfort Zone

รองนายกฯ “ศุภจี” แจงปมทุเรียนไลฟ์สด ชี้เร่งสร้างอุปสงค์ล่วงหน้า รองรับผลผลิตเข้าสู่ตลาด พร้อมขยายตลาดต่างประเทศและใช้ Live Commerce ช่วยระบายสินค้าให้เกษตรกร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นองค์ปาฐกในหัวข้อ Leadership Beyond Comfort Zone: ก้าวข้ามกรอบเดิม เปิดทางการเปลี่ยนแปลง” ภายในงานวันรามาธิบดี ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569

โดยช่วงหนึ่งของการบรรยาย ได้กล่าวถึงกรณีการไลฟ์สดจำหน่ายทุเรียนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม พร้อมตั้งคำถามว่า “แต๋มทำผิดเหรอคะ” และอธิบายว่า แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างอุปสงค์ล่วงหน้า เนื่องจากปัญหาหลักอยู่ที่การช่วยเหลือชาวสวนไม่ทัน จึงต้องเร่งสร้างอุปสงค์ก่อนที่ผลผลิตจะออกสู่ตลาดจำนวนมาก

นางศุภจี ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปีกระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มทำตลาดใหม่ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเปิดตลาดเพิ่มเติมทั้งในทิศทางใหม่และตลาดต่างประเทศ ควบคู่กับการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Contract Farming) กับสวนทุเรียน มูลค่าหลายร้อยล้านบาท

ขณะเดียวกัน ได้มีการขยายตลาดไปยังตะวันออกกลาง รวมถึงประเทศอื่น เช่น เกาหลี ขณะที่ตลาดจีนยังคงเป็นตลาดหลัก และมีการทำตลาดล่วงหน้าเพื่อรองรับปริมาณผลผลิต

สำหรับการแก้ไขปัญหาการส่งออก ระบุว่า ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้ส่งทีมงานลงพื้นที่บริเวณด่านการค้า เพื่ออำนวยความสะดวกและเจรจาไม่ให้เกิดการกักสินค้าไทย ซึ่งอาจส่งผลให้ทุเรียนเสียหายระหว่างการขนส่ง

ในส่วนของทุเรียนขนาดเล็ก หรือที่เรียกว่า “ป๊อกแป๊ก” ระบุว่า เป็นผลผลิตจากแหล่งเดียวกับทุเรียนคุณภาพดี เพียงมีขนาดเล็กหรือรูปลักษณ์ไม่สวย จึงมีการปรับชื่อเรียกใหม่เป็น “ซุปเปอร์จิ๋ว” เพื่อสร้างการยอมรับในตลาด โดยย้ำว่า คุณภาพของเนื้อทุเรียนยังคงดี

นอกจากนี้ ยังระบุว่า ได้ใช้ Live Commerce เป็นช่องทางสำคัญในการจำหน่ายสินค้า โดยเน้นให้ดำเนินการจากแหล่งผลิตจริง เพื่อให้เกษตรกรสามารถเรียนรู้และนำไปใช้ได้เองในระยะยาว และเมื่อถึงช่วงที่ผลผลิตออกจำนวนมาก รวมถึงมีทุเรียนตกไซซ์ จะช่วยให้เกษตรกรมีช่องทางระบายสินค้า ขณะเดียวกันผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าได้ในราคาที่เหมาะสม

นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางดังกล่าวเป็นการทำงานเชิงรุกและการคิดนอกกรอบ ซึ่งอาจทำให้บางส่วนยังไม่เข้าใจ พร้อมย้ำว่า จำเป็นต้องดำเนินการล่วงหน้า เพราะหากรอให้ผลผลิตล้นตลาด อาจไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทัน พร้อมขอให้กระแส “อยากกินทุเรียน” ต่อเนื่องไปถึงช่วงที่ผลผลิตจะออกมามากในอีก 2 สัปดาห์

Back to top button