“นายก” หนุนแฟรนไชส์ไทยตีตลาดยุโรป พร้อมถกลดภาษีผ่าน FTA ไทย-EU

เอกชนไทยในฝรั่งเศส เสนอรัฐบาลเร่งเจรจา FTA ไทย-EU ลดภาษีสินค้าไทยเหลือ 0% พร้อมหนุนแฟรนไชส์ร้านอาหารไทยในยุโรป ด้านนายกฯ รับลูก เตรียมหารือ EXIM Bank ออกมาตรการส่งเสริม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่น ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะ อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) หารือกับผู้บริหารบริษัทเอกชนไทยที่ลงทุนในประเทศฝรั่งเศส จำนวน 3 บริษัท ได้แก่

นายแอร์วาน วิลเฟอ ประธานบริษัท Ambient Branded ภายใต้บริษัท Thai Union Europe จำกัด นายแอร์มีส ปานาโยโตปูลอส หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมและขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืน ประจำภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา บริษัท Indorama Ventures จำกัด และนายศุภสิทธิ์ สุขะนินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Mud and Hound จำกัด

การหารือดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้อง Salon Charpentier ชั้น G โรงแรม InterContinental Paris Le Grand กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะ โอกาส และความท้าทายในการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนไทยในยุโรป ตลอดจนแนวทางส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–ฝรั่งเศสในหลากหลายมิติ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาลไทยเร่งปิดการเจรจาการค้าเสรี (FTA) ไทย–สหภาพยุโรป (EU) ซึ่งจะช่วยลดอัตราภาษีที่สหภาพยุโรปเรียกเก็บจากสินค้าไทยจากร้อยละ 24 เหลือร้อยละ 0 ทำให้สินค้าไทยมีโอกาสขยายตลาดและแข่งขันในยุโรปได้มากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยด้านการส่งออกในทุกกลุ่มสินค้า

นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังเสนอให้รัฐบาลส่งเสริมแฟรนไชส์และธุรกิจแบรนด์ไทยในตลาดยุโรป ผ่านมาตรการของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารไทย ซึ่งเป็นที่นิยมในต่างประเทศ แต่ปัจจุบันร้านอาหารไทยจำนวนมากในยุโรปดำเนินการโดยผู้ประกอบการต่างชาติที่ขาดทักษะและความเข้าใจด้านอาหารไทย ส่งผลให้รสชาติอาหารไทยผิดเพี้ยนจากต้นตำรับ

ภาคเอกชนจึงเสนอให้มีมาตรการสนับสนุนคนไทยในฝรั่งเศส รวมถึงประเทศอื่น ๆ ในยุโรป ให้มีโอกาสประกอบธุรกิจร้านอาหารไทยมากขึ้น ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการนำเข้าวัตถุดิบไทยและเผยแพร่อัตลักษณ์ไทยในต่างประเทศควบคู่กันไป

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีให้ความสนใจต่อข้อเสนอของภาคเอกชนเป็นอย่างมาก โดยรัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันแนวทางดังกล่าว และเตรียมนำภาคเอกชนไทยที่มีแฟรนไชส์ร้านอาหารเข้าหารือร่วมกับ EXIM Bank เพื่อออกแบบมาตรการส่งเสริมในระยะต่อไป

Back to top button