วอร์มนิ้วให้พร้อม! สรุปครบ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ก่อนเปิดลงทะเบียนพรุ่งนี้

พรุ่งนี้ (25 พ.ค.) วันแรก “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เปิดลงทะเบียน 30 ล้านสิทธิ รัฐช่วยจ่าย 60% เริ่มใช้สิทธิ 1 มิ.ย. 69 ผ่านร้านอาหาร ร้านธงฟ้า และร้านค้าชุมชนทั่วประเทศ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรุ่งนี้ (25 พ.ค.69) รัฐบาลจะเปิดให้ประชาชนและร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” อย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ผ่านมาตรการร่วมจ่ายระหว่างภาครัฐและประชาชน โดยรัฐบาลช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40%

โครงการดังกล่าวเปิดรับประชาชนไม่เกิน 30 ล้านสิทธิ ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม-29 กันยายน 2569 เวลา 06.00-22.00 น. หรือจนกว่าจะครบจำนวนสิทธิที่กำหนด และเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน 2569 เวลา 06.00-23.00 น. ขณะที่บริการ Food Delivery จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน-30 กันยายน 2569 เวลา 06.00-21.00 น.

  • ใครลงทะเบียนได้บ้าง

สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ จะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป และไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงไม่อยู่ระหว่างถูกระงับสิทธิตามเงื่อนไขของโครงการ

ส่วนเงื่อนไขการใช้จ่ายภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” รัฐจะช่วยจ่ายไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน โดยหากใช้สิทธิไม่ครบ 200 บาทในวันดังกล่าว สามารถนำวงเงินคงเหลือไปใช้ในวันถัดไปได้ ภายใต้วงเงิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือน แต่หากใช้สิทธิไม่ครบภายในเดือน จะไม่สามารถนำวงเงินที่เหลือไปทบในเดือนถัดไปได้

ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไม่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ได้ เนื่องจากรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือแยกต่างหาก โดยเตรียมเพิ่มวงเงินช่วยเหลือให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวนประมาณ 13.18 ล้านราย อีก 700 บาทต่อคนต่อเดือน จากเดิม 300 บาทต่อเดือน เป็น 1,000 บาทต่อเดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569

  • ร้านค้าแบบไหนเข้าร่วมได้

ด้านร้านค้าและผู้ประกอบการ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม-31 กรกฎาคม 2569 ผ่านธนาคารกรุงไทยและจุดให้บริการที่เกี่ยวข้อง โดยร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” สามารถยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ทันที ส่วนร้านค้าใหม่จะต้องสมัครผ่านธนาคารกรุงไทย พร้อมอัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อนยื่นเอกสารสมัคร

ประเภทร้านค้าที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ได้แก่ ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านธงฟ้า ร้านค้าทั่วไป วิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้าน ร้าน OTOP ร้านค้าชุมชน และผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ รวมถึงนิติบุคคลขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม ร้านสะดวกซื้อประเภทแฟรนไชส์ ธุรกิจรับสินค้าผู้อื่นมาจำหน่ายในลักษณะตัวแทน รวมถึงร้านนวด สปา ร้านทำเล็บ และร้านทำผม ยังไม่สามารถเข้าร่วมโครงการในรอบนี้ได้

  • ใช้อะไรได้บ้าง

สินค้าและบริการที่สามารถใช้สิทธิได้ ครอบคลุมอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะ ขณะที่ สินค้าบางประเภท เช่น สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการชำระเงินล่วงหน้า จะไม่สามารถใช้สิทธิภายใต้โครงการได้

นอกจากนี้ รัฐบาลกำหนดให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการต้องสามารถตรวจสอบการประกอบกิจการได้ และต้องไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการภาครัฐที่ผ่านมา เพื่อป้องกันการสวมสิทธิและสร้างความโปร่งใสในการดำเนินโครงการ

ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทางทางการของโครงการ หรือสอบถามข้อมูลผ่านศูนย์ช่วยเหลือ โทร. 0-2111-1122 กด 2 สำหรับประชาชน และกด 3 สำหรับร้านค้า รวมถึงสาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศในวันและเวลาทำการ

Back to top button