ก.ล.ต. เปิดเฮียริ่งเพิ่มคุ้มครองสมาชิก PVD ยกระดับข้อมูลวางแผนเกษียณ

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอกระทรวงการคลัง จัดทำกฎกระทรวง เพิ่มการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ พร้อมยกระดับข้อมูลสำหรับวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการของกฎกระทรวง เพื่อกำหนดรายการเพิ่มเติมในข้อบังคับของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund: PVD) ซึ่งจะช่วยเพิ่มการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุน และทำให้มีข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอสำหรับการให้บริการวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

ก.ล.ต. มีแนวคิดเพิ่มการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุน พร้อมสนับสนุนให้มีข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุ โดยได้พิจารณาข้อบังคับกองทุนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และทบทวนรายการที่กำหนดตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530

ทั้งนี้ ก.ล.ต. เห็นควรเสนอต่อกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาออกกฎกระทรวงตามมาตรา 9 (11) เพื่อกำหนดรายการเพิ่มเติมในข้อบังคับกองทุนที่มีความจำเป็น เพื่อรองรับวัตถุประสงค์ดังกล่าว

ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการของกฎกระทรวงที่จะเสนอต่อกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาประกาศรายการเพิ่มเติมในข้อบังคับกองทุน โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

  1. รายการอื่น ๆ ในข้อบังคับกองทุนที่จะกำหนดเพิ่มเติม

1.1 กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการให้ข้อมูลของลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกแก่บริษัทจัดการ เพื่อประโยชน์ในการติดตามและจ่ายเงินให้แก่สมาชิก รวมถึงการให้บริการวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุของสมาชิก

1.2 กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับกองทุนที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของสมาชิกและนายจ้างอย่างมีนัยสำคัญ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของสมาชิกหรือนายจ้าง แล้วแต่กรณี เป็นสำคัญ

2 บทเฉพาะกาล เพื่อรองรับข้อบังคับกองทุนที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วก่อนวันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ โดยต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงข้อบังคับกองทุนให้มีรายการตาม (1) และให้คณะกรรมการกองทุนนำมายื่นจดทะเบียนกับสำนักงาน ก.ล.ต. ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. และระบบกลางทางกฎหมาย โดยผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ผ่านช่องทางดังกล่าว หรือทาง e-mail: [email protected] หรือ [email protected] จนถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2569

Back to top button