“ศุภจี” เดินสายถกผู้แทนระดับสูงสหรัฐ เร่งปิดดีล ART ลดภาษีส่งออกไทย

รองนายกฯ “ศุภจี” นำทีมประเทศไทยหารือผู้แทนระดับสูงสหรัฐฯ เร่งสรุปความตกลง ART ลดช่องว่างการค้า พร้อมติดตามมาตรา 301 หวังไทยได้รับอัตราภาษีที่เหมาะสมและแข่งขันได้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (18 ก.ค.69) ตามเวลาประเทศไทย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือทวิภาคีกับผู้แทนระดับสูงของสหรัฐอเมริกา 3 ราย ได้แก่ นาง Susie Wiles หัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว นาย Howard Lutnick รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ และนาย Rick Switzer รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ระหว่างวันที่ 15–16 กรกฎาคม 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า วัตถุประสงค์หลักของการเดินทางเยือนครั้งนี้ คือ การเร่งผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐฯ (Agreement on Reciprocal Trade: ART) ให้มีความคืบหน้ามากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พร้อมติดตามผลการไต่สวนตามมาตรา 301 ควบคู่กับการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

พบหารือกับ นาง Susie Wiles หัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว

นางศุภจี กล่าวว่า ภาพรวมการหารือเป็นไปด้วยดี พร้อมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพ โดยไทยได้เน้นย้ำบทบาทในฐานะพันธมิตรสำคัญและเชื่อถือได้ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พร้อมกันนี้ ไทยได้แจ้งความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) ว่า ไทยได้ผลักดันและให้ความยืดหยุ่นต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ ภายใต้กรอบกฎหมายและนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน โดยฝ่ายสหรัฐฯ ได้ขอบคุณไทยที่แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการเร่งสรุปผลการเจรจา และชื่นชมความพยายามของไทยในการปรับสมดุลทางการค้ากับสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ฝ่ายสหรัฐฯ ยังคงต้องใช้เวลาในการพิจารณาข้อเสนอของไทยเพิ่มเติม เพื่อลดช่องว่างและปรับความคาดหวังของทั้งสองฝ่ายให้ใกล้เคียงกัน โดยจะเร่งรัดให้มีการหารือในระยะต่อไป ขณะที่ฝ่ายไทยยังคงมุ่งมั่นเจรจาเพื่อรักษาผลประโยชน์และสิทธิของประเทศ โดยใช้ประเด็นด้านการลงทุนและการเพิ่มการนำเข้าสินค้าที่ไทยมีความต้องการจากสหรัฐฯ ตามแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 เป็นปัจจัยช่วยลดช่องว่างการขาดดุลการค้าระหว่างสองประเทศ

พบหารือกับ นาย Howard Lutnick รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ

นางศุภจี กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจา ART ซึ่งไทยและสหรัฐฯ ได้หารือกันมาอย่างต่อเนื่องว่า ไทยได้พิจารณาข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ อย่างรอบคอบ และพยายามอย่างเต็มที่ในการเสนอแนวทางที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน (best shared benefit) แก่ทั้งสองฝ่าย

พร้อมเน้นย้ำว่า แต่ละประเทศมีบริบทและความพร้อมในการเจรจาที่แตกต่างกัน รวมถึงมีกรอบกฎเกณฑ์ กฎหมาย และนโยบายสาธารณะที่แตกต่างกัน จึงไม่สามารถใช้หลักเกณฑ์เดียวกันเป็นข้อพิจารณาหรือตัดสินความสำเร็จของการเจรจาได้ แต่ควรให้ความสำคัญกับภาพรวมของผลลัพธ์สุดท้ายที่ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุเป้าหมายที่คาดหวังบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน

พบหารือกับ นาย Rick Switzer รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR)

ในโอกาสนี้ นางศุภจีได้หารือเกี่ยวกับการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 ของสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันไทยถูกไต่สวนอยู่ 2 กรณี ได้แก่ กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity and Production) และกรณีไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ (Forced Labour)

สหรัฐฯ ใช้มาตรา 301 เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนมาตรการทางภาษีที่ใช้กับประเทศต่าง ๆ ให้มีความต่อเนื่อง ภายหลังศาลสูงสุดของสหรัฐฯ มีคำตัดสินว่า การเก็บภาษีภายใต้มาตรการฉุกเฉิน IEEPA ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขัดต่อหลักกฎหมาย

ปัจจุบัน สหรัฐฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาผลการไต่สวนรอบสุดท้าย โดยในเบื้องต้นได้กำหนดอัตราภาษีร้อยละ 12.5 สำหรับ 46 ประเทศที่ไม่มีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับ และร้อยละ 10 สำหรับ 14 ประเทศที่มีกฎหมายหรือสามารถสรุปความตกลง ART กับสหรัฐฯ ได้

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ได้แจ้งว่า อยู่ระหว่างการไต่สวนกรณีกำลังการผลิตส่วนเกิน โดยมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะประกาศอัตราภาษีในระดับค่อนข้างสูงสำหรับประเทศที่ไม่มีความตกลง หรือไม่สามารถดำเนินการตามข้อตกลงได้

นางศุภจี กล่าวเสริมว่า แม้การเจรจาในบางประเด็นจะมีความท้าทายและต้องใช้เวลา แต่ไทยยืนยันความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างเต็มที่ในการหาข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดยพิจารณาให้ความยืดหยุ่นภายใต้กรอบกฎหมายของประเทศ มาตรฐานและหลักเกณฑ์สากล รวมถึงประโยชน์สาธารณะ เพื่อให้ไทยได้รับอัตราภาษีที่เหมาะสมและสามารถแข่งขันได้ เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ที่สามารถเจรจาและได้ข้อสรุปความตกลง ART แล้ว

ทั้งนี้ ฝ่ายสหรัฐฯ รับทราบถึงความตั้งใจของไทย และจะพิจารณาข้อเสนอล่าสุดของไทยในแต่ละประเด็น เพื่อร่วมกันผลักดันให้การเจรจาได้ข้อสรุปโดยเร็ว

นางศุภจี กล่าวทิ้งท้ายว่า การหารือกับผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ ทั้ง 3 รายในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ไทยได้ทุ่มเทและพยายามอย่างเต็มที่ในทุกช่องทาง เพื่อผลักดันความสัมพันธ์ไทย–สหรัฐฯ ให้เดินหน้าอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติการค้า การลงทุน และการเจรจา ART เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย

สำหรับปี 2568 สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย ด้วยมูลค่าการค้ารวมกว่า 93,651.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ มูลค่า 72,506.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 21,144.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ไทยได้ดุลการค้ากับสหรัฐฯ มูลค่า 51,361.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“ศุภจี” บินสหรัฐ 15-17 ก.ค.นี้ ตั้งเป้าลดภาษี 12.5% เหลือ 10% หนุนส่งออกไทย

Back to top button