CMAN รุกตลาดอินเดีย-อินโด-ออสเตรเลีย พร้อมเน้นคุมต้นทุน

CMAN เดินหน้าวางแผนเติบโตระยะ 2-3 ปี รุกขยายฐานธุรกิจในตลาดยุทธศาสตร์ อินเดีย อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย พร้อมเร่งเพิ่มประสิทธิภาพภายใน คุมเข้มต้นทุน และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับกระบวนการผลิต รับมือดีมานด์ปูนไลม์ทรงตัว


หม่อมหลวงจันทรจุฑา จันทรทัต ประธานกรรมการ บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) หรือ CMAN) ผู้ผลิตปูนไลม์และผลิตภัณฑ์เคมีต่อเนื่องระดับโลก ภายใต้แบรนด์ “CHEMEMAN” เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทและบริษัทย่อย (“กลุ่มบริษัท”) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 980 ล้านบาท ลดลง 4.6% จากไตรมาส 1 ปี 2568 ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

กลุ่มบริษัทมีรายได้ลดลงเนื่องจากราคาขายเฉลี่ยลดลงจากการแข่งขันที่สูงขึ้นและการแข็งค่าของเงินบาท แต่ปริมาณการขายปูนไลม์ไปยังลูกค้ากลุ่มน้ำตาลในประเทศและกลุ่มเหมืองแร่ในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัทสามารถทำกำไรได้สูงขึ้น เนื่องจากการบริหารจัดการพอร์ตลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ อัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้นทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง และต้นทุนการดำเนินงานลดลง

ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น เพิ่มขึ้นเป็น 41.4% จาก 36% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินลดลงจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงและภาระหนี้สินรวมลดลง และค่าใช้จ่ายทางภาษีลดลงจากการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีมากขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น

ภาพรวมสถานการณ์ในปี 2569 มีความท้าทายอย่างมาก แนวโน้มตลาดคาดว่าความต้องการใช้ปูนไลม์จะทรงตัวหรือเติบโตในระดับต่ำ ซึ่ง CMAN ได้เตรียมความพร้อมล่วงหน้าโดยการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานและการบริหารต้นทุนมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การติดตั้งพลังงานโซลาร์ขนาด 8.7 MW เพื่อใช้ภายในโรงงานที่ประเทศไทย เป็นต้น ทำให้มีความสามารถในการแข่งขันสูงแม้ในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

นอกจากนี้ CMAN ยังมีแผนรับมือทั้งในระยะสั้น และระยะ 2-3 ปี โดยแผนระยะสั้น คือ การบริหารต้นทุนที่ทันต่อเหตุการณ์ อาทิ การสั่งซื้อรถบรรทุกไฟฟ้าเพิ่ม สำหรับขนส่งวัตถุดิบและสินค้าเพื่อลดผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น และจำกัดหรือชะลอการลงทุนในส่วนที่ยังรอได้ออกไปเพื่อควบคุมต้นทุนการดำเนินงานในระยะสั้น

สำหรับแผนระยะ 2-3 ปี ประกอบด้วยการขยายฐานธุรกิจในพื้นที่ยุทธศาตร์ ได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย การสร้างและรักษาความสัมพันธ์ระยะยาวกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์และลูกค้าหลัก ขับเคลื่อนกลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในระยะยาวอย่างยั่งยืน อาทิ การลงทุนพลังงานทางเลือก และการลงทุนเทคโนโลยีและระบบดิจิทัล เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตและบริการ”

“CMAN เลือกใช้กลยุทธ์ ‘ตั้งรับอย่างแข็งแกร่งและรุกตลาดที่มีศักยภาพ’ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพภายในผ่านการใช้เทคโนโลยี ซึ่งเหตุผลสำคัญประการหนึ่งในการจัดตั้ง บจก. กริสต์แมน ขึ้นมา เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยและทรัพยากรด้าน STEM ให้ดียิ่งขึ้น สำหรับใช้ในการบริหารจัดการกลุ่มสินทรัพย์ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก”  หม่อมหลวงจันทรจุฑา กล่าวเพิ่มเติม

Back to top button