OSP ติดท็อป 3 โลกเวที S&P Global ตอกย้ำองค์กรยั่งยืน หนุน ESG สู่ Net Zero ปี 93

OSP โชว์ศักยภาพองค์กรยั่งยืนระดับโลก หลังคว้าอันดับ 3 จาก 76 บริษัทในกลุ่มเครื่องดื่ม จากการประเมิน S&P Global CSA ปี 2025 พร้อมเดินหน้าต่อยอด Smart Factory ลดพลังงาน-น้ำ หนุนเป้าหมาย Net Zero ปี 2593


บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีระดับสากล โชว์ศักยภาพองค์กรยั่งยืนด้วยการทะยานขึ้นสู่ตำแหน่งอันดับ 3 จากทั้งหมด 76 บริษัททั่วโลก ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม จากผลการประเมิน S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ประจำปี 2025 ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนระยะแรก (2019–2025) ได้อย่างครบถ้วนทั้ง 5 มิติ

นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า “การที่โอสถสภาสามารถก้าวขึ้นมายืนหยัดในตำแหน่งอันดับ 3 ของโลก ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มระดับสากล คือข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของข้อมูล (Data Transparency) ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ทำให้เราแตกต่าง ในขณะที่โลกกำลังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบได้ โอสถสภาเลือกเปิดเผยตัวเลขผลการดำเนินงานจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการขับเคลื่อน ESG ให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแค่ภาพลักษณ์”

“ความสำเร็จในเฟสแรกนี้เกิดจาก ‘Our Power’ หรือพลังความร่วมมือของพนักงานทุกคนที่ใช้โมเดล Smart Factory Innovation มาเป็นเครื่องมือหลักในการเปลี่ยนผ่านสู่โรงงานอัจฉริยะ สำหรับก้าวต่อไปในเฟสสอง (2026–2030) เราจะมุ่งยกระดับการบริหารจัดการของเสียตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 อย่างยั่งยืน” นางสาวมุกดา กล่าวเสริม

สถิติความสำเร็จบนเวทีความยั่งยืนระดับสากลและระดับประเทศ โอสถสภาสร้างบรรทัดฐานใหม่ด้วยการเปิดเผยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ผ่านสถาบันชั้นนำ:

S&P Global – DJSI Yearbook 2025 Rankings: คว้าคะแนนสูงถึง 86 คะแนน ครอง อันดับ 3 ของโลก ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม พร้อมเป็นสมาชิกใน Yearbook ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

SET ESG Ratings ระดับ “AAA”: ครองผลการประเมินในระดับ “AAA” ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยทำคะแนนเต็ม 100/100 ในมิติสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากรที่ยอดเยี่ยม

CDP Climate Change: ได้รับคะแนนระดับ B ซึ่งเป็นเพียง 1 ใน 31 บริษัทไทยที่ผ่านเกณฑ์การประเมินการจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศที่เข้มงวด

Smart Factory Innovation: เทคโนโลยีขับเคลื่อนประสิทธิภาพสู่ผลลัพธ์ที่เหนือกว่า

เบื้องหลังตัวเลขที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ คือการยกระดับสู่ Smart Factory ผ่านการนำ AI, Machine Learning และ IoT มาใช้บริหารจัดการทรัพยากรแบบ Real-time เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างผลลัพธ์ที่เหนือกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้

1.Energy and Climate Management: ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1 และ 2) ได้ถึง 44.46% ต่อรายได้ (เทียบปีฐาน 2565) ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 15% ถึงเกือบ 3 เท่า

2.Water Management: ลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตได้ 38.78% ต่อรายได้ ผ่านระบบ Water Recycling ที่มีประสิทธิภาพ

Our Power” พลังแห่งความโปร่งใสสู่ห่วงโซ่คุณค่า

โอสถสภายังคงเดินหน้าส่งต่อความยั่งยืนสู่สังคม โดยถ่ายทอดวัฒนธรรมองค์กร ACT (Achievement, Consumer-focus, Teamwork) ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้:

Consumer-focus: มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพผู้บริโภคด้วยความใส่ใจผ่านผลิตภัณฑ์สูตรน้ำตาลต่ำ (น้อยกว่า 6%) เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ดีที่สุด

Achievement: สะท้อนผ่านความมุ่งมั่นจนสามารถรักษาคะแนนเต็ม 100 ด้านสิทธิมนุษยชนได้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

Teamwork: ผสานความร่วมมือกับเครือข่ายภายนอกเพื่อยกระดับคู่ค้าและเกษตรกรกว่า 1,007 ราย สร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและโปร่งใสเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

โอสถสภา ยืนหยัดในฐานะต้นแบบองค์กรไทยที่ยึดถือมาตรฐานระดับ World Class และความโปร่งใสของข้อมูลเป็นบรรทัดฐาน เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและคืนคุณค่ากลับสู่สังคมโลกอย่างแท้จริง

Back to top button