SINO รุก Air Freight-คลังสินค้า มุ่งเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจร

SINO กางแผนครึ่งปีหลัง รุกขยาย Air Freight และ Logistics Support ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ 10% ภายในสิ้นปี 2569 ลดการพึ่งพาธุรกิจขนส่งทางทะเล พร้อมต่อยอดบริการโลจิสติกส์ครบวงจร


บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO เปิดเผยแผนดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังปี 2569 โดยมุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้แก่พอร์ตธุรกิจ ด้วยการขยายรายได้จากกลุ่มบริการขนส่งสินค้าทางอากาศ หรือ Air Freight และธุรกิจสนับสนุนงานบริการโลจิสติกส์ หรือ Logistics Support เพื่อสร้างสมดุลของรายได้และลดการพึ่งพาธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเล หรือ Sea Freight ซึ่งเป็นธุรกิจหลักในปัจจุบัน

นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SINO เปิดเผยว่า บริษัทจะเดินหน้าเพิ่มศักยภาพการให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศแบบครบวงจร เพื่อรองรับการขยายตัวของลูกค้าและลดความผันผวนจากโครงสร้างรายได้ที่พึ่งพาธุรกิจ Sea Freight เป็นหลัก

สำหรับธุรกิจ Air Freight บริษัทมีแผนเพิ่มบุคลากรฝ่ายขายให้แก่บริษัท เอ.เอส. โลจิสติกส์ จำกัด หรือ ASL ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ดำเนินธุรกิจรับจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศ เพื่อเพิ่มปริมาณงานและขยายขีดความสามารถในการเป็นตัวแทนจำหน่ายพื้นที่ระวางขนส่งสินค้าของสายการบินต่าง ๆ รวมถึงเสริมศักยภาพการให้บริการโลจิสติกส์อย่างครบวงจร

ด้านธุรกิจ Logistics Support บริษัทได้เปิดให้บริการคลังสินค้าแห่งใหม่เพิ่มเติม 2 แห่ง ได้แก่ คลังสินค้าปลอดอากร หรือ Free Zone Warehouse และคลังสินค้าทั่วไป หรือ General Warehouse ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อรองรับความต้องการเช่าพื้นที่จัดเก็บสินค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ปัจจุบันคลังสินค้าปลอดอากรมีอัตราการเช่าพื้นที่เกือบเต็ม 100% ขณะที่คลังสินค้าทั่วไปมีอัตราการใช้พื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมีแผนขยายฐานลูกค้าเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ในอนาคต

นอกจากนี้ SINO อยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนคลังสินค้าแห่งใหม่เพิ่มเติม จากปัจจุบันที่มีคลังสินค้ารวม 9 แห่ง โดยวางแผนกระจายทำเลจากพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังมายังกรุงเทพฯ รอบนอกหรือจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมและศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่มีความต้องการพื้นที่จัดเก็บสินค้าจากผู้ประกอบการหลากหลายอุตสาหกรรม

ปัจจุบันธุรกิจ Air Freight และ Logistics Support มีสัดส่วนรายได้รวมกันมากกว่า 6% ของรายได้จากการให้บริการทั้งหมด โดยบริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวเป็นเกือบ 10% ภายในสิ้นปี 2569 เพื่อสร้างสมดุลของพอร์ตรายได้ ลดการพึ่งพาธุรกิจ Sea Freight และเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจในระยะยาว

Back to top button