GULF จับมือ “ม.มหิดล” ลุยติดโซลาร์รูฟท็อป “อุทยานสิรีรุกขชาติ” เซฟค่าไฟ 5.5 แสนต่อปี

GULF ร่วมมหาวิทยาลัยมหิดล ติดตั้ง Solar Rooftop มูลค่า 3.6 ล้านบาท ณ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ คาดช่วยลดค่าไฟกว่า 5.5 แสนบาทต่อปี และลดคาร์บอน 69 ตันต่อปี


บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ร่วมกับอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล สนับสนุนการปรับปรุงหลังคาและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ Solar Rooftop มูลค่า 3.6 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ยกระดับงานวิจัยด้านสมุนไพรไทยสู่ภาคอุตสาหกรรม และขยายโอกาสการเรียนรู้ให้แก่เด็กกลุ่มเปราะบางและประชาชนทั่วไป

นางสาวอำนวยพร ประกอบนพเก้า กรรมการผู้จัดการ บริษัท กัลฟ์1 จำกัด และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ GULF เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานแสงอาทิตย์มาสร้างคุณค่าร่วมแก่สังคม ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

การติดตั้ง Solar Rooftop ณ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ นอกจากจะสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดสำหรับงานศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับพืชสมุนไพรและพืชหายากแล้ว ยังช่วยเพิ่มโอกาสการเรียนรู้แก่เด็กกลุ่มเปราะบางผ่านกิจกรรมห้องเรียนธรรมชาติบำบัด เพื่อฟื้นฟูและส่งเสริมพัฒนาการให้เหมาะสมตามวัย

โครงการดังกล่าวยังเป็นการต่อยอดแนวทางของ GULF ในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ชุมชนห่างไกล พื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง แหล่งเรียนรู้ และสถาบันการศึกษา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และผลิตกำลังคนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ระบบ Solar Rooftop ครอบคลุมอาคารหลัก 2 แห่ง ได้แก่ อาคารวิจัยและพิพิธภัณฑ์พืช และอาคารสัมมนา โดยเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 69 ตันต่อปี เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ใหญ่กว่า 3,153 ต้นต่อปี และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของอุทยานฯ ได้กว่า 550,000 บาทต่อปี

รศ.ดร.ณัฏฐนียา โตรักษา ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งสถาบันอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า อุทยานฯ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 140 ไร่ เป็นแหล่งรวบรวมพืชสมุนไพรที่มีคุณค่าและหายากมากกว่า 1,000 ชนิด มีพันธกิจสำคัญในการพัฒนาศักยภาพพืชสมุนไพรและการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศอย่างครบวงจร เพื่อยกระดับสุขภาวะของประชาชนและส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ หรือ Bio-economy

การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ของ GULF ถือเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาอุทยานฯ สู่การเป็น “Nature-based Innovation Lab” เพื่อดึงดูดนักวิจัยและพันธมิตรจากหลากหลายสาขาเข้ามาใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในการทดลองและพัฒนานวัตกรรม

โดยเฉพาะอาคารวิจัยและพิพิธภัณฑ์พืช ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการแบบครบวงจรสำหรับงานวิจัยสมุนไพร ตั้งแต่การระบุชนิดพืช การตรวจสอบพันธุกรรม ไปจนถึงการผลิตสายพันธุ์ที่มีความทนทานต่อโรค เพื่อส่งต่อองค์ความรู้และผลผลิตสู่ภาคอุตสาหกรรม ขณะที่พลังงานสะอาดจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและสนับสนุนภาพลักษณ์องค์กรสีเขียว

ด้านมิติสังคม อาคารสัมมนาเป็นที่ตั้งของ “ห้องเรียนศูนย์สมานใจ” ภายใต้โครงการศูนย์สมานใจปฐมวัยสาธิต สู่การพัฒนาระบบคุ้มครองเด็กท้องถิ่น หรือ Center for Early Childhood Trauma and Resilience เพื่อพัฒนาเด็กกลุ่มเปราะบางทางสังคมผ่านระบบ Inclusive Care

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือของสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มูลนิธิรามาธิบดี กรมกิจการเด็กและเยาวชน บ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร และอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ

ห้องเรียนธรรมชาติบำบัดได้รับการออกแบบเพื่อฟื้นฟูเด็กที่มีภาวะความเครียดเป็นพิษ หรือ Toxic Stress และเด็กที่มีบาดแผลทางใจ ให้สามารถเรียนรู้และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีสุขภาวะที่ดี โดยปัจจุบันมีเด็กและบุคลากรใช้ประโยชน์จากอาคารสัมมนาประมาณ 120-150 คน หรือราว 3,000 คนต่อเดือน

นอกจากนี้ การสนับสนุนของ GULF ยังช่วยให้อุทยานฯ สามารถเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทั่วไปเข้าศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติและพฤกษศาสตร์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายวันละ 2 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงเช้า เวลา 06.00-08.29 น. และช่วงเย็น เวลา 16.31-18.00 น. จากเดิมที่ต้องเสียค่าเข้าชมตลอดทั้งวัน ในปีที่ผ่านมา อุทยานฯ มีผู้เข้าใช้บริการกว่า 100,000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือระหว่าง GULF และมหาวิทยาลัยมหิดลครั้งนี้ ถือเป็นการบูรณาการความเชี่ยวชาญด้านพลังงานแสงอาทิตย์และองค์ความรู้ทางวิชาการ เพื่อสร้างต้นแบบสถาบันการเรียนรู้ที่ยั่งยืน ครอบคลุมทั้งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การส่งเสริมงานวิจัยระดับชาติ และการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบาง

Back to top button