
KTC ผนึก “วีซ่า” สกัดโกงดิจิทัล คว้ารางวัลความปลอดภัยปีที่ 3
บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) เดินหน้ายกระดับบริหารความเสี่ยงเชิงรุก ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ พร้อมผนึกวีซ่าและพันธมิตรสกัดภัยทุจริตทางการเงิน หลังปี 68 พบแจ้งเหตุภัยทุจริตกว่า 3.63 แสนคดี มูลค่าเสียหาย 2.45 หมื่นล้านบาท ตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัย คว้ารางวัล Visa Thailand Champion Security Award 2025 ต่อเนื่องปีที่ 3
นายไรวินทร์ วรวงษ์สถิตย์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานควบคุมงานปฏิบัติการ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า เคทีซีได้พัฒนาการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้ง เทคโนโลยี ข้อมูล กระบวนการทำงาน และบุคลากร โดยนำข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายมาช่วยเฝ้าระวังและตรวจจับรายการที่มีความผิดปกติ เมื่อพบสัญญาณความเสี่ยงจะเร่งตรวจสอบ แจ้งเตือน และติดต่อสมาชิก เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดความเสียหาย ควบคู่กับการพัฒนากระบวนการทำงานให้สามารถตอบสนองต่อรูปแบบการทุจริตใหม่ๆได้รวดเร็วขึ้น
ในมุมธุรกิจ ความปลอดภัยของธุรกรรมไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านเทคโนโลยี แต่เป็นส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่งในการดำเนินงาน (Operational Resilience) ความเชื่อมั่นของสมาชิก และความพร้อมในการรองรับการเติบโตของธุรกรรมดิจิทัลอย่างมีคุณภาพ การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพจึงต้องสร้างสมดุลระหว่างการป้องกันความเสียหายกับการรักษาประสบการณ์การชำระเงินที่สะดวกและปลอดภัยสำหรับสมาชิก
นายไรวินทร์ กล่าวว่า ความปลอดภัยของระบบการชำระเงินไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง เคทีซีจึงให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับวีซ่าและพันธมิตรในอุตสาหกรรม ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้ให้สมาชิกสามารถสังเกตและป้องกันตนเองจากกลลวงทางการเงินรูปแบบต่าง ๆ เพราะการรับมือภัยทุจริตที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยทั้ง ระบบที่แข็งแกร่ง การทำงานร่วมกันของผู้เกี่ยวข้อง และผู้บริโภคที่รู้เท่าทัน
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของภาคการเงินไทยที่ยกระดับการบริหารภัยทุจริตดิจิทัลให้ครอบคลุมทั้ง การป้องกัน การติดตามและตรวจจับ การจัดการเมื่อเกิดเหตุ และการดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถรับมือกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงได้ในเชิงรุกมากขึ้น
ล่าสุด KTC ได้รับรางวัล Visa Thailand Champion Security Award 2025 ซึ่งเป็นรางวัลด้านความปลอดภัยจากวีซ่า ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนมาตรฐานด้านการบริหารความเสี่ยงจากการทุจริต ความแข็งแกร่งของกระบวนการปฏิบัติงาน และความร่วมมือในการยกระดับความปลอดภัยของระบบการชำระเงิน ท่ามกลางรูปแบบภัยการเงินที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและซับซ้อนขึ้น
“สำหรับเคทีซี รางวัลต่อเนื่อง 3 ปีไม่ใช่ปลายทาง และไม่ได้หมายความว่างานด้านความปลอดภัยสำเร็จแล้ว แต่เป็น benchmark ที่ทำให้เราต้องรักษาและยกระดับมาตรฐานต่อไป ความเสี่ยงเปลี่ยนทุกวัน เราจึงต้องพัฒนาทั้งคน กระบวนการ และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพราะท้ายที่สุด ความเชื่อมั่นไม่ได้เกิดจากรางวัล แต่เกิดจากการที่สมาชิกสามารถใช้จ่ายและทำธุรกรรมได้อย่างมั่นใจในทุกวัน นั่นคือมาตรฐานที่เราต้องรักษาให้ได้ในทุกธุรกรรม” นายไรวินทร์ กล่าว
นายไรวินทร์ กล่าวว่า ภัยการเงินในปัจจุบันไม่ได้มุ่งโจมตีระบบเพียงอย่างเดียว แต่กำลังขยับมาใช้ “คน” เป็นช่องทางสำคัญมากขึ้น โดยรายงานประจำปี 2025 ของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า มิจฉาชีพได้ปรับรูปแบบจากการใช้ แอปดูดเงิน ไปสู่การหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินด้วยตนเองผ่านกลวิธี Social Engineering โดยในปี 2568 มีการแจ้งเหตุภัยทุจริตกว่า 363,286 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 24.57 พันล้านบาท
“จุดเปลี่ยนสำคัญของภัยการเงินวันนี้คือ มิจฉาชีพไม่ได้พยายามเจาะระบบเพียงอย่างเดียว แต่หันมาใช้ Social Engineering สร้างความน่าเชื่อถือ ความกลัว หรือความเร่งด่วน เพื่อชักจูงให้ผู้บริโภคเป็นผู้ดำเนินการเอง การบริหารความเสี่ยงจึงต้องก้าวจากการป้องกันเชิงรับ ไปสู่ Proactive Fraud Management ที่สามารถเฝ้าระวัง ตรวจจับ และตอบสนองต่อความผิดปกติได้รวดเร็วขึ้น” นายไรวินทร์ กล่าว

