ถือ MAJOR รับปันผล ครึ่งปีหลังดีกำไร Q2 นิวไฮ แต่ราคาตอบรับแล้ว


บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ (3 ส.ค.) ว่า ช่วงไตรมาส 2/58 เป็นช่วงฤดูกาล ซึ่งมีภาพยนตร์ทำรายได้ Box-Office สูงเกิน 250 ล้านบาท 3 เรื่อง คือ Fast&Furious 7, The Avengers 2 และ Jurassic world บวกกับมีการเปิดโรงหนังระดับพรีเมียมที่ Emquartier 8 โรง ตั้งแต่ปลายมี.ค. หนุนรายได้ขายตั๋วภาพยนตร์ของบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR คาดเพิ่มขึ้น 5.2% จากปีก่อน

ขณะที่รายได้ค่าโฆษณาคาดเติบโต 15% จากปีก่อนส่วนหนึ่งมาจากรายได้ Sponsor ชื่อโรง (Naming Sponsor) ของโรงหนังใหม่ที่ Emquartier ซึ่งจะสร้างได้ราว 80 ล้านบาทต่อปี ขณะรายได้ธุรกิจอื่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ยกเว้น 2 ธุรกิจที่หดตัว คือ

1) บริษัทย่อย MPIC (ผลิตภาพยนตร์ไทยและมีลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ต่างประเทศ) ที่คาดรายได้ลดลง 60% จากปีก่อน เนื่องจากภาพยนตร์ไทยที่สร้างและเข้าฉายทั้ง 2 เรื่องคือป้าแฮปปี้กับเรื่องฉลุยไม่ประสบความสำเร็จเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขาย Big-lot ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เก่าให้ MONO

และ 2) ธุรกิจโบว์ลิ่งคาดว่ารายได้ลดลง 10% จากปีก่อน ส่งผลให้คาดว่ารายได้จากขายและบริการโดยรวมทรงตัว และส่งผลกระทบให้อัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ที่ 38.2% ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 2/57 ทำให้คาดว่ากำไรปกติอยู่ที่ 426 ล้านบาท ลดลงราว 4% จากปีก่อน แต่เมื่อรวมกำไรพิเศษจากการขายหุ้น SF ราว 48 ล้านบาท (ไตรมาส 2/57 มีกำไรพิเศษ 1.7 ล้านบาท) กำไรสุทธิจะทำสถิติสูงสุดที่ 474 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% จากปีก่อน

 

แม้คาดกำไรปกติครึ่งปีแรกของปี 58 คิดเป็น 49% ของประมาณการกำไรปกติปีนี้ และเชื่อว่าไตรมาส 2/58 จะเป็นไตรมาสที่กำไรพีคสุดของปี อย่างไรก็ตามคาดกำไรครึ่งปีหลังของปี 58 จะเติบโตได้ดี จากปีก่อน โดยภาพยนตร์ที่คาดว่าจะทำรายได้เกิน 100 ล้านบาท ในไตรมาส 3/58 คือ Mission Impossible 5 และ Fantastic Four

และในไตรมาส 4/58 มี The Hunger Garmes: Mockingjay part 2 (คาดจะทำรายได้ดีกว่า part 1 ในปี ก่อน), Star Wars: Episode VII และ Bond 24: Spectre ขณะที่จำนวนโรงหนังมากกว่าปีก่อน ส่วนรายได้ค่าโฆษณาคาดเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับปีก่อน ในช่วงที่เหลือของปีเช่นกัน เนื่องจากมีการขายโฆษณาตามเรื่องที่เข้าฉาย

ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2558 ที่ 1,207 ล้านบาท เติบโต 20% และเติบโตต่อเนื่อง 10% ในปีหน้า เนื่องจากมีหนังฟอร์มยักษ์แนวซุปเปอร์ฮีโร่ถึง 5 เรื่อง (ปีนี้มีเพียง 3 เรื่อง)

 

แม้กำไรไตรมาส 2/58 และภาพรวมทั้งปีมีแนวโน้มสดใส แต่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นจนเหลือ upside จำกัด จึงคงคำแนะนำ “ถือ” รอรับ Div yield ที่มากกว่า 3.7% และรอการเติบโตในปีถัดๆ ไป ราคาเป้าหมาย 34.00 บาท

Back to top button