SET ปิดบวก 13 จุด รับฟันด์โฟลว์ไหลเข้า กระจายลงทุนหุ้นบิ๊กแคป แนวโน้มพรุ่งนี้ไซด์เวย์

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปิดบวก 13 จุด รับแรงหนุนเงินทุนต่างชาติไหลเข้า กระจายลงทุนหุ้นบิ๊กแคปหลายกลุ่ม ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินแนวโน้มวันพรุ่งนี้แกว่งตัวแบบไซด์เวย์ ท่ามกลางมูลค่าหุ้นเริ่มตึงตัว พร้อมให้กรอบแนวรับ 1,290 จุด ถัดไป 1,280 จุด และแนวต้าน 1,300 จุด ถัดไป 1,320 จุด


10 หุ้นดันดัชนีวันนี้

SET ปิดวันนี้ที่ 1,296.37 จุด เพิ่มขึ้น 13.17 จุด (+1.03%) มูลค่าซื้อขาย 52,626.54 ล้านบาท

นายณรงค์เดช จันทรไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไอร่า กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยขึ้นมาโดดเด่นกว่าภูมิภาค 2-3 วันต่อเนื่อง จาก Election Rally ช่วง 2 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งเห็นแรงเก็งกำไรชัดขึ้น หลังจากปรับลงไปแรง ขณะที่เงินทุนต่างประเทศไหลเข้าเพื่อลดความเสี่ยงจากประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์สหรัฐ-ยุโรป แม้ตลาดหุ้นไทยมีธุรกิจ Old fashion แต่ก็ถือเป็นเซฟโซน

นอกจากนี้ ระยะสั้นได้แรงหนุนจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ส่งสัญญาณปรับเกณฑ์ HFT , Robot trade เป็นจิตวิทยาเชิงบวก

อย่างไรก็ตาม พรุ่งนี้แนะเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากวันนี้ดัชนี SET ขึ้นมาแรงทดสอบระดับ 1,300 จุด Forward P/E ใกล้ 14 เท่า มีความตึงตัว หากทะลุไปจะทำให้ความน่าสนใจน้อยลงเนื่องจากแพงเมื่อเทียบกับภูมิภาค โดยให้กรอบแนวรับ 1,290 จุด ถัดไป 1,280 จุด และแนวต้าน 1,300 จุด ถัดไป 1,320 จุด

ด้านนายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง กล่าวว่า วันนี้ดัชนี SET ขึ้นไปชนแนวต้านทางเทคนิคระยะสั้น 1,300 จุด ไม่ใช่เพียงแค่แรงพยุงของ DELTA แต่มาจากหุ้นใหญ่กระจายกลุ่ม อาทิ กลุ่มพลังงาน กลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่มขนส่ง กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มค้าปลีก

อีกทั้งยังเห็นการขยับมาเล่นหุ้นขนาดกลาง-เล็กมากขึ้น หลายตัวบวกขึ้นมาแรง สะท้อนว่านักลงทุนกล้าเสี่ยงมากขึ้น แม้จะไม่มีปัจจัยบวกอย่างมีนัยสำคัญ แต่มาจากเม็ดเงินจากการลงทุนต่างชาติ และดักกระแสการลงทุนก่อนเลือกตั้ง โดยรวมจึงมองว่าจะยังหมุนเวียนลักษณะ Sector Rotation ในหุ้นใหญ่กลุ่มต่าง ๆ

สังเกตว่าการเลือกหุ้นมองจากราคาหุ้นที่อยู่ข้างล่าง สามารถ Cover Short หรือไล่ขึ้นได้ง่ายกว่าไล่หุ้นบน เช่น โรงไฟฟ้า ค้าปลีก โรงพยาบาล ขณะที่หุ้นบนอย่างธนาคารและ ICT ก็ไม่ได้ลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ตลาดบวกได้ต่อเนื่อง

สำหรับประเด็น Fundflow ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นความหวังใหม่ ไม่ว่าจะเป็นจากการหมุนเงินออกมาจากตลาดสหรัฐฯ หรือยุโรปที่มีความกังวลการทำสงครามการค้าระหว่างกัน ทำให้เม็ดเงินกระจายมา Emerging Market มากขึ้นนั้น ส่งสัญญาณมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาที่เม็ดเงินไหลเข้ามาทั้งภูมิภาค และตลาด TIPs เข้าพร้อมกันในรอบหลายเดือน

โดยไทยรับเม็ดเงินกว่า 250 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งต้องติดตามความต่อเนื่องอีกระยะก่อนว่าจะเป็นกลุ่มที่เน้นการเทรดสั้น หรือกลับมาลงทุนยาว เนื่องจากตลาดหุ้นไทยแม้จะไม่เด่นเรื่องการเติบโต แต่เรื่อง Value play และปันผลยังแข่งขันได้

แนวโน้มวันพรุ่งนี้คาดดัชนีเคลื่อนไหว Sideways ขึ้นอยู่กับทิศทางงบการเงินกลุ่มธนาคารที่จะประกาศ ว่าจะมีแรง Sell-on-fact หรือไม่โดยเฉพาะธนาคารใหญ่ เช่น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK,บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB และ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL โดยให้กรอบแนวรับ 1,290 จุด และแนวต้าน 1,310 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,957.98 ล้านบาท ปิดที่ 33.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

DELTA มูลค่าการซื้อขาย 3,949.16 ล้านบาท ปิดที่ 171.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท

BDMS มูลค่าการซื้อขาย 3,115.79 ล้านบาท ปิดที่ 20.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท

GULF มูลค่าการซื้อขาย 2,664.11 ล้านบาท ปิดที่ 45.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท

CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,932.25 ล้านบาท ปิดที่ 44.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท

Back to top button