“ไพบูลย์” ยันอีกเสียงพ.ร.บ.ฉบับใหม่รัดกุม! เชื่อสร้างความเท่าเทียมให้นักวิเคราะห์

“ไพบูลย์” ยันอีกเสียง “พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฉบับใหม่” คุมเข้ม! สร้างความเท่าเทียม-เป็นกลาง เชื่อบทวิเคราะห์ไม่แตกต่างไปจากเดิม


“ไพบูลย์” ยันอีกเสียง “พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฉบับใหม่” คุมเข้ม! สร้างความเท่าเทียม-เป็นกลาง เชื่อบทวิเคราะห์ไม่แตกต่างไปจากเดิม

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยผ่านรายการ ข่าวหุ้นเจาะตลาด ออนเรดิโอ ทาง FM 98.5 MHz สถานีข่าวจริง สปริงเรดิโอ ช่วงเวลา 9.30-11.00 น. ถึงกรณีพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฉบับแก้ไขปรับปรุงใหม่ซึ่งมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา ว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ครอบคลุมไปถึงทุกตัวบุคคลไม่ใช่เฉพาะนักวิเคราะห์ ซึ่งหากทราบข้อมูลภายในแล้วนำไปใช้หรือไปบอกต่อก็จะเข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฎหมาย

ทั้งนี้ในแง่การทำงานของนักวิเคราะห์คาดว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ต้องการให้นักวิเคราะห์ให้ความสำคัญกับข้อมูลภายในมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากนัก โดยจะมีการแข่งกันในเรื่องข้อมูลที่คนอื่นยังไม่รู้แล้วเอามารายงานในบทวิเคราะห์ก่อน เพราะจะมีผลต่อการให้เครดิตนักวิเคราะห์จากนักลงทุน โดยมองว่าพ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ก็จะช่วยสร้างความเท่าเทียมในเรื่องนี้ได้

ก.ล.ต.ได้พูดชัดเจนว่าถ้าหากเป็นข้อมูลภายในที่คุณรู้ว่ามันจะมีผลต่อราคาค่อนข้างมากและบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยออกมาสู่สาธารณะ ก็ห้ามนำมาใช้ในการประกอบรายงานของคุณ ซึ่งจริงๆแล้วถ้าทำความเข้าใจตรงนี้และทำทุกอย่างให้เป็นกลางผมคิดว่ามันก็จะลดความได้เปรียบเสียเปรียบได้” นายไพบูลย์ กล่าว

ทั้งนี้หลังจากที่มีผลบังคับใช้พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ บทวิเคราะห์ก็จะยังเป็นเหมือนเดิม แต่เรื่องข้อมูลภายใน เป็นสิ่งที่ก.ล.ต.ค่อนข้างที่จะคุมเข้มมากว่าต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลภายใน หรือว่าข้อมูลปกติทั่วไป การดำเนินงานทั่วไป ที่ไม่เป็นผลกระทบต่อราคาหุ้นและเป็นข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนก็สามารถรายงานได้ตามปกติ แต่หากบริษัทใดหรือษริษัทหนึ่งจะไปเทกโอเวอร์กิจการ หรือขยายกิจการใหญ่ๆ และยังไม่เคยบอกใคร นักวิเคราะห์ก็ต้องใช้วิจารณญาณในการเขียนบทวิเคราะห์ ซึ่งก่อนที่บทวิเคราะห์จะสามารถเปิดเผยข้อมูลนั้นออกมา ข้อมูลนั้นจะต้องเป็นสาธารณะก่อนโดยผ่านทางระบบของตลาดหลักทรัพย์

อย่างไรก็ตามพ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้จะส่งดีต่อการเขียนบทวิเคราะห์มากขึ้น โดยนักวิเคราะห์จะแข่งกันในเรื่องการมองธุรกิจหรือบริษัทเหล่านั้นให้แตก มากกว่าจะไปใช้ข้อมูลภายในเพื่อเอามาแข่งขันกัน ซึ่งถ้าทุกคนเคารพกฎหมายนี้และทำตามกฎอย่างเคร่งครัด ก็จะทำให้ราคาหุ้นเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ตรงตามพื้นฐานของบริษัทมากขึ้น

Back to top button