ย่ำก่อนขึ้น

*สิ่งที่ “โมนิก้า” ชอบมากสุดในช่วงที่ตลาดหุ้นกำลังอยู่ในจังหวะปรับสมดุลก็คือ การแกว่งตัวไปมาแบบลงไม่ลึก ขึ้นไม่สุด พร้อมกับเคลื่อนตัวออกด้านข้าง เพื่อเป็นการพิสูจน์แรงซื้อแรงขายฝั่งไหนเยอะกว่ากัน มันทำให้ตลาดหุ้นไทยมีสีสันมากกว่าปกติแบบนี้ มันเป็นบททดสอบความสามารถของแมงเม่าโดยเฉพาะแบบนี้ มันให้ประสบการณ์ชีวิตดีเหลือเกินพะยะค่ะ


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*สิ่งที่ “โมนิก้า” ชอบมากสุดในช่วงที่ตลาดหุ้นกำลังอยู่ในจังหวะปรับสมดุลก็คือ การแกว่งตัวไปมาแบบลงไม่ลึก ขึ้นไม่สุด พร้อมกับเคลื่อนตัวออกด้านข้าง เพื่อเป็นการพิสูจน์แรงซื้อแรงขายฝั่งไหนเยอะกว่ากัน มันทำให้ตลาดหุ้นไทยมีสีสันมากกว่าปกติแบบนี้ มันเป็นบททดสอบความสามารถของแมงเม่าโดยเฉพาะแบบนี้ มันให้ประสบการณ์ชีวิตดีเหลือเกินพะยะค่ะ

*เมื่อทุกอย่างยังไม่นิ่งอย่างที่ควรจะเป็น “โมนิก้า” ก็ไม่ความจำเป็นต้องเร่งรัดให้ทุกคนต้องจ้องแต่เคาะขวาเคาะซ้าย เพราะอารมณ์ของตลาดหุ้นในตอนนี้เปลี่ยนเร็วมากเหลือเกิน ขนาดนั่งเฝ้าหน้าจอเกือบตลอดทั้งวัน พอลุกขึ้นไปดื่มน้ำแค่แป๊บเดียว ดัชนีทรุดตัวลงมาอยู่ในแดนลบเสียแล้ว ต่อจากนั้นลุกไปเข้าห้องน้ำอีกที ดัชนีเด้งกลับมายืนในแดนบวกหน้าตาเฉยเจ้าค่ะ

*ประเด็นดังกล่าวทำให้ดัชนีต้องเคลื่อนตัวออกด้านข้างต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพราะกระบวนการดังกล่าวจะทำให้ดัชนีหลุดพ้นจากการเข้าเขตซื้อมากเกินไป และยังทำให้เห็นแรงซื้อที่แท้จริงมีมากขนาดไหน? “โมนิก้า” ถึงพยายามแฟนคลับมองการเล่นหุ้นต่อจากนี้จะไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน เพราะหุ้นแกนหลักจะถูกเทขายทำกำไรถี่ขึ้น ส่วนหุ้นแกนรองจะผันผวนหนักขึ้นไงล่ะค่ะ

*เรื่องนี้ดูได้จากอาการฉวัดเฉวียนของดัชนี ก่อนจะลงเอยที่ระดับ 1,795.21 จุด บวกไป 2.40 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.53 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” พูดได้ทันทีว่า นี่เป็นเรื่องปกติของตลาดหุ้นไทยที่พบเห็นได้เป็นประจำ จึงไม่ต้องสนใจรายละเอียดในส่วนนี้มากนัก เพราะสิ่งที่ควรสนใจเที่ยวนี้เป็นพิเศษคือ หุ้นที่ถือไว้มีกำไรหรือเปล่า? ถึงเวลาขายทำกำไรหรือยัง?

*เหมือนกับการทะยานขึ้นของ PTTGC ก่อนจะลงเอยที่ระดับ 93 บาท บวกไป 3.75 บาท หรือขึ้นไป 4.20% ด้วยมูลค่า 2.83 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเกมที่นักเล่นเข้าใจได้ดีว่า กำไรของบริษัทโตอย่างมีนัยสำคัญ ราคาหุ้นถึงวิ่งระเบิดระเบ้อ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งของการเล่นเที่ยวนี้ น่าจะมีแรง take profit ออกมาเยอะพอสมควร จึงต้องกำหนดก้าวเดินต่อจากนี้ให้ดีนะตัวเอง

*เช่นเดียวกับในรายของ BANPU ออกอาการเหมือนขึ้นไม่ไหว หลังจากนั้นกลับทะยายขึ้นอย่างช้าๆ จนวานนี้ขึ้นมายืนอยู่ที่ 21.50 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 4.90% ด้วยมูลค่า 5.13 พันล้านบาท สวนทางกับภาวะการลงทุนอย่างเหลือเชื่อ “โมนิก้า” มองเป็นอีกหนึ่งเกมที่นักลงทุนต้องเข้าใจรูปแบบเที่ยวนี้ให้มากขึ้น อย่าหลงระเริงไปกับการขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนลืมกำหนดจุดขายนะคะ

*เม้าท์ถึงเรื่องนี้ก็ต้องย้อนกลับมาดู KTB กันอีกสักหน่อยดีกว่า เพราะเป็นหุ้นที่มีปัญหาหมักหมมหลายเรื่องราว “โมนิก้า” ถึงไม่เชื่อใจการขึ้นเที่ยวนี้สักเท่าไหร่? หลังเห็นหุ้นขึ้นมายืนอยู่ที่ 20.50 บาท บวกไป 0.60 บาท หรือขึ้นไป 3% ด้วยมูลค่า 1.66 พันล้านบาท เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับมองการขยับตัวเที่ยวนี้ให้ดี เพราะก่อนหน้านี้ก็ขึ้นไปทำยอดแถวบริเวณ 21 บาทอย่างสวยหรู สุดท้ายก็ม้วนหัวลงมาที่ 18 บาท..อิอิอิ

*เรื่องดังกล่าวเชื่อมโยงมายัง BAY แบบเนื้อๆ เน้นๆ เต็มๆ หัวใจ เพราะมักมีมือที่มองไม่เห็นเข้ามาดันหุ้นแบบสุดซอยเป็นครั้งคราว ต่อจากนั้นก็ปล่อยให้หุ้นเฉาลงไปเองแบบนี้ “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับดูการอ่อนตัวลงมาปิดที่ 46 บาท ลบไป 1 บาท หรือลงไป 2.10% ด้วยมูลค่า 390 ล้านบาท มันใช่การปิดเกมอย่างถาวรหรือเปล่า? งานนี้ต้องรีบไปคิดเป็นการบ้านนะคะ

*ส่วนในรายของ VNT หายหน้าหายตาไปไปพักหนึ่ง ล่าสุดวิ่งขึ้นมาปิดที่ 22.90 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 7% ด้วยมูลค่า 283 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่นักเล่นต้องตามให้ทัน เพราะคอนเซ็ปต์การเล่นเที่ยวนี้ออกไปโทน “พื้นฐานดี ราคาถูก” หลังหุ้นเทรดบนค่า P/E 11 เท่า วันนี้ถึงเป็นช็อตที่ต้องเคาะขวาให้ทัน และพยายามอย่าถือหุ้นนานเกินไป เพราะภาวะไม่เอื้อให้เล่นยาวๆ เจ้าค่ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ STA ถูกดันกลับมาเล่นรอบใหม่ จนหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 15.10 บาท บวกไป 0.70 บาท หรือขึ้นไป 4.85% ด้วยมูลค่า 330 ล้านบาท ก็เป็นภาพการของการเล่นเก็งกำไรธรรมดาๆ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นกว่าที่ผ่านมาสักเท่าไหร่? ยกเว้นเรื่องการปิด high ของวัน พร้อมกับฐานแนวรับสูงขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จึงกลายเป็นช็อตที่พวกเดย์เทรดจ้องตาเป็นมันไงล่ะค่ะ

*เม้าท์ถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทั้งที่ “โมนิก้า” ขอย้อนกลับไปดู PACE เพื่อมองอนาคตข้างหน้าของหุ้นตัวนี้สักหน่อย เพราะทันทีแบงก์สีม่วงใส่เงินเข้ามาอย่างเป็นทางการ ก็ทำให้เดี๊ยนนึกถึงภาพเก่าๆ ของหุ้นหลายตัวที่ได้แบงก์รายนี้เข้ามาช่วยเต็มตัว มักทำให้ธุรกิจพลิกฟื้นอย่างมีนัยสำคัญ ตามสโลแกนที่ว่า “ไปด้วยกัน ไปได้ไกล” ส่วนจะจริงเหมือนที่ว่าไหม? ลองถามใจเธอดู..อุ๊ย..ลองถาม เฮีย อ. ดูกันเอาเองนะจ๊ะ

Back to top button