SAMARTผลงานแตะจุดต่ำสุดแล้วใน 1Q58แนะซื้อมองกำไร SIM-SAMTEL ดีขึ้นหนุน

SAMARTผลประกอบการแตะจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/58 กำไรมีแนวโน้มดีขึ้นในไตรมาสถัดๆ ไป ตามปัจจัยผลักดันหลัก คือ กำไรที่ดีขึ้นของ SIM และ SAMTEL ขณะเดียวกันมีปริมาณขายสมาร์ทโฟน และการลงนามในโครงการใหม่เพิ่มขึ้น แนะซื้อเป้าหมาย 41.00 บาท


บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (21 พ.ค.)ว่า บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART การประชุมนักวิเคราะห์วานนี้เห็นผลประกอบการของบริษัทฯ ได้แตะจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/58 และเรายังคาดว่ากำไรจะมีแนวโน้มดีขึ้นไตรมาสถัดๆ ไป เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของ SIM และSAMTEL เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” SAMARTราคาเป้าหมาย 41.00 บาท/หุ้น

ด้านผู้บริหารกล่าวว่า กำไรของ SAMART ได้แตะจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 1/58 และจะดีขึ้นในไตรมาสถัดๆ ไป โดยปัจจัยหลักผลักดัน คือ การดำเนินงานของ SIM และ SAMTEL ที่ดีขึ้น

โดยกำไรของ SIM คาดว่าจะดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี ปริมาณขายมือถือคาดว่าจะดีขึ้นในไตรมาสถัดๆ ไป เนื่องจาก SIM มีแผนที่จะขายมือถือผ่านผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 รายมากขึ้น และส่งออกไปยังพม่ามากขึ้น บริษัทฯ คงเป้าประมาณขายที่ 5.5 ล้านเครื่องในปี58 เทียบกับปริมาณขายในไตรมาส 1/58  ที่ 0.9 ล้านเครื่อง

ส่วน SAMTEL ได้โครงการมากขึ้นในไตรมาส 2/58   และ บริษัทฯ คาดว่าจะลงนามในสัญญามูลค่า โครงการ 6.4 พันลบ. ในไตรมาสนี้ และคาดว่าจะลงนามในโครงการมูลค่า 1.5 หมื่นลบ. ปี 2015 ด้วยมีโครงการใหม่ในมือมากขึ้น รายได้ และกำไรของ SAMTEL  จึงคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในไตรมาสถัดๆ ไป

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะของ SAMART ในเชียงใหม่ บริษัทฯ จะลงนามในสัญญารับซื้อขยะกับองค์กรเอกชนในไตรมาสนี้ และโครงการนี้จะ COD ในไตรมาสแรกของปี 61 ขณะที่โครงการพลังงานขยะอีก 2 โครงการในจังหวัดอื่นจะได้ข้อสรุปในไตรมาสนี้ หรือไตรมาสหน้า

Back to top button