สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 11 พ.ย. 2562

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 11 พ.ย. 2562


ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดดีดขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากราคาหุ้นโบอิ้งที่พุ่งขึ้นกว่า 4.5% หลังจากบริษัทแสดงความเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 737 MAX กลับมาให้บริการในสหรัฐได้ในเดือนม.ค.ปีหน้า อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่เห็นด้วยต่อการยกเลิกภาษีสินค้านำเข้าจากจีน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,691.49 จุด เพิ่มขึ้น 10.25 จุด หรือ +0.04% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,087.01 จุด ลดลง 6.07 จุด หรือ -0.20% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,464.28 จุด ลดลง 11.04 จุด หรือ -0.13%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) โดยถูกกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน และเหตุการณ์รุนแรงในฮ่องกง

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.02% ปิดที่ 405.34 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 13,198.37 จุด ลดลง 30.19 จุด หรือ -0.23% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,328.54 จุด ลดลง 30.84 จุด หรือ -0.42% ขณะที่ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,893.82 จุด เพิ่มขึ้น 4.12 จุด หรือ +0.07%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) โดยถูกกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน และเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงในฮ่องกง นอกจากนี้ เงินปอนด์ที่แข็งค่าขึ้น ถ่วงหุ้นกลุ่มส่งออกร่วงลงด้วย

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,328.54 จุด ลดลง 30.84 จุด หรือ -0.42%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมทั้งผลกระทบของสงครามการค้าที่มีต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของรัฐบาลสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพฤหัสบดีนี้ และการประชุมกำหนดนโยบายการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร ในช่วงต้นเดือนหน้า

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 38 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 56.86 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 33 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 62.18 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเดินหน้าเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงทำนิวไฮอย่างต่อเนื่อง

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 5.80 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 1,457.10 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนส.ค.ปีนี้

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 2.1 เซนต์ หรือ 0.1% ปิดที่ 16.802 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 12.50 ดอลลาร์ หรือ 1.4% ปิดที่ 880.60 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. ดิ่งลง 52.60 ดอลลาร์ หรือ 3.1% ปิดที่ 1,656 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ขณะที่เงินปอนด์ดีดตัวขึ้นขานรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอังกฤษที่ยังคงขยายตัวในไตรมาส 3 นอกจากนี้ นักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเตรียมแถลงมุมมองเศรษฐกิจต่อสภาคองเกรสในวันพุธนี้ รวมทั้งจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในสัปดาห์นี้ด้วย

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.02 เยน จากระดับ 109.15 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9931 ฟรังก์ จากระดับ 0.9974 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3223 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3227 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1033 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1023 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.2854 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2783 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.6852 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6855 ดอลลาร์สหรัฐ

Back to top button