หุ้นกลุ่ม ปตท. (PTT)

ประเด็นหลัก ๆ ที่กดดันตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงไทยในตอนนี้ เหมือนจะไม่ใช่มาจากสถานการณ์โควิด-19 แล้ว ทว่า มาจากปัญหาความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน


ประเด็นหลัก ๆ ที่กดดันตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงไทยในตอนนี้ เหมือนจะไม่ใช่มาจากสถานการณ์โควิด-19 แล้ว

ทว่า มาจากปัญหาความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน

มีการประเมินจากนักวิเคราะห์หลายท่าน

หากดัชนีลงมาแล้วหลุดแนวรับ 1,620-1,600 จุด ถือว่าค่อนข้างอันตราย

เป็นเซนติเมนต์เชิงลบ

อาจกดดันดัชนีให้ร่วงหลุดแนวรับถัดไปที่ 1,600 จุดได้

หากหลุด…..

จะมีแนวรับถัดไปคือ 1,580 จุด

ทีนี้แหละ พอดัชนีหลุดจากแนวรับจิตวิทยา ผสมกับทางเทคนิคที่ 1,600 จุด

การจะดีดกลับขึ้นมาได้นั้น อาจจะค่อนข้างยาก จากการที่แปลง “แนวรับ” เป็น “แนวต้าน”

เว้นแต่สถานการณ์ของรัสเซีย-ยูเครนจะดีขึ้น

ล่าสุดมีนักวิเคราะห์จากหลายบริษัทหลักทรัพย์ ต่างแนะนำหุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง หรือเป็นจังหวะเข้าซื้อกัน

หุ้นที่แนะนำ หรือเลี่ยงลงทุนของแต่ละโบรกฯ ไม่ค่อยแตกต่างกันนัก

อย่างพลังงานยังคงแนะนำ “ซื้อ”  PTTEP และ PTT

PTTEP ราคาหุ้นล่าสุด แม้จะเลยจาก Consensus มาเยอะแล้ว

แต่หากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นต่อเนื่องทุกวันแบบนี้ ทำให้ราคาหุ้น PTTEP จะกระโดดตามไปเรื่อย ๆ ตามการเก็งกำไรของกลุ่มนักลงทุน

หุ้นสินค้า Commodity อย่างที่เรารู้กันว่า ราคาหุ้นจะไม่ค่อยเคลื่อนไหวไปตามผลประกอบการ

เช่น กำไร รายได้ ปันผลเท่าไหร่ ฯลฯ

แต่จะไปขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันดิบ (หรือถ่านหิน) ในตลาดโลกเป็นหลัก

แม้นักวิเคราะห์จะแนะนำลงทุน PTTEP

แต่ก็ให้เล่นแบบเก็งกำไรระยะสั้น เข้าออกให้เร็ว เพราะหากวันไหนที่ราคาน้ำมันดิบลง ราคาหุ้นจะร่วงลงตาม

ส่วน “พี่ปอ” PTT แนวต้าน 40 บาท ผ่านยากผ่านเย็นจริง ๆ

แม้ PTT จะได้รับแรงบวกจากบริษัทลูกคือ PTTEP

แต่ยังมีแรงกดดันจากบริษัทลูกอีกแห่งคือ PTTGC ที่มีการเพิ่มการผลิตปิโตรเคมีด้วยการใช้น้ำมันมากขึ้น

แน่นอนว่า ต้นทุนของ PTTGC จะสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ

ประกอบกับปิโตรเคมีปี 2565 จะมีปัญหาเรื่องโอเวอร์ซัพพลายด้วย

และปีนี้ PTTGC จะมีวันปิดซ่อมบำรุงค่อนข้างมาก น่าจะทำให้การผลิตลดต่ำลงจากปีก่อน

ทั้งหมดนี้จึงเป็นคำตอบว่า ทำไมราคาหุ้น PTTGC ปรับลงต่อเนื่อง แม้จะมีการจ่ายเงินปันผล 1.75 บาท (XD วันที่ 28 ก.พ.) และคิดเป็น Dividend yield ค่อนข้างดีก็ตาม (ราว ๆ 3.20%)

ส่วน OR บริษัทลูกอีกแห่ง มีแรงกดดันจากการถูกภาครัฐเข้าแทรกแซงราคาน้ำมันขายปลีก ทำให้ “ค่าการตลาด” ปัจจุบันอยู่ในอัตราค่อนข้างต่ำ

ราคาหุ้น OR กำลังลุ้นอยู่ว่า จะหลุด 15 บาท อีกครั้งหรือไม่

ซึ่งคงต้องขึ้นอยู่กับว่า OR จะเร่งหารายได้จากธุรกิจไม่ใช่น้ำมันได้เพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน

IRPC แม้จะไม่เผชิญกับเรื่องการใช้น้ำมันเช่นเดียวกับ PTTGC

แต่สเปรดปิโตรเคมีปีนี้ค่อนข้างต่ำ หลังมีการประเมินว่า สเปรดของปิโตรเคมีได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วเมื่อปีก่อน

ไตรมาส 1/2565 แม้ IRPC อาจจะมีกำไรจากสต๊อกน้ำมันอย่างมาก

พอมาดูแนวโน้มไตรมาสถัด ๆ ไป

สต๊อกน้ำมันที่เคยสร้างกำไรสูงขึ้น อาจพลิกกลับมาเป็นตัวกดดัน หรือเป็นปัจจัยลบ เมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดต่ำลง (หากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน เริ่มดีขึ้น)

IRPC หลังราคาหุ้นหลุด 3.70 บาท เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ทำให้ราคามีโอกาสลงมาบริเวณ 3.50 บาท +/-

หรืออาจมาอยู่ระหว่าง 3.46–3.52 บาท

หากยังหลุดจากตรงราคาบริเวณดังกล่าวอีก

คงต้องไปรอที่ 3.36 บาท โน่นเลย

Back to top button