TTB โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 1.50 บ. จับตากำไรปีนี้โตแรง แตะ 1.28 หมื่นลบ.

TTB โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 1.50 บ. แนวโน้มปีนี้กำไรแตะ 1.28 หมื่นลบ. เห็นการเติบโตที่มากขึ้น โดยเฉพาะในด้านการขยายสินเชื่อผ่านการ Synergy กับฐานลูกค้าของธนาคารธนชาตเดิม  


บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (22 เม.ย. 2565) ว่า ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ได้ประกาศกำไรไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 3,194 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนมีกำไรสุทธิ 2,782 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 2,799 ล้านบาท ซึ่งดีกว่าที่คาดไว้ 14% โดยรายได้ดอกเบี้ยอ่อนตัวราว 3% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากการเน้นปล่อยสินเชื่อคุณภาพเพื่อระมัดระวังความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นส่งผลให้สินเชื่อรวมอ่อนตัวเล็กน้อยราว 0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และ NIM อ่อนตัวลงราว 14%ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอ่อนตัวลงราว 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงตามฤดูกาล

อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงถึง 13% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นผลจากปัจจัยฤดูกาล แต่ก็มีปัจจัยบวกจากการปรับโครงสร้างภายในที่ทำให้ค่าใช้จ่ายต่างๆลดลง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานลดลงตามจำนวนพนักงานที่ลดลง และค่าใช้จ่ายสาขาด้านค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ลดลง 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หลังแนวโน้ม คุณภาพหนี้ดีขึ้นสัดส่วน NPL ลดลงจาก 2.77% ในไตรมาสก่อนเหลือ 2.70% ขณะที่สัดส่วน NPL Coverage Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 133%

สำหรับการเติบโตในปี 2565 ฝ่ายวิจัยคาดกำไรปี 2565 ไว้ที่ 1.28 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% เทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยกำไรงวดไตรมาส 1/2565 คิดเป็นราว 25% ของประมาณการสำหรับแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปีคาดว่าจะเห็นการเติบโตที่มากขึ้น โดยเฉพาะในด้านการขยายสินเชื่อผ่านการ Synergy กับฐานลูกค้าของธนาคารธนชาตเดิม

ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานคาดจะลดลง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างควบรวมกิจการ และค่าใช้จ่ายในการ Rebranding ต่างๆที่ต้องบันทึกในปี 2564 ขณะที่ภาพรวมค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ทั้งปีคาดว่าจะลดลงเช่นกัน เนื่องจากแนวโน้มคุณภาพหนี้ไม่กดดันเช่นในปีก่อน บวกกับระดับสำรองส่วนเกินปัจจุบันยังเพียงพอ

ทั้งนี้ทางฝ่ายวิจัยยังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 1.50 บาท อิง PBV 0.68 เท่า เนื่องจากเริ่มเห็นแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจนขึ้นหลังในช่วงปี ก่อนหน้าถูกกดดันจากค่าใช้จ่าย และกระบวนการปรับโครงสร้างภายใน

Back to top button