CK แจ่ม! งานล้นมือกว่า 2 แสนล้าน

ความเคลื่อนไหวของหุ้น CK ในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ปรับตัวลดลงสวนทางกับทิศทางธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เป็นขาขึ้นชัดเจนตามปริมาณงานในมือที่เพิ่มขึ้น


เส้นทางนักลงทุน

ความเคลื่อนไหวของหุ้นบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK ในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เห็นชัด ๆ ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน เป็นต้นมาจนถึงวันที่ 29 กันยายน 2565 ราคาหุ้นตกจาก 22.90 บาท มาที่ 21.50 บาท ทรุดไป 6.11% ทั้ง ๆ ที่มีประเด็นบวกหลายเรื่อง

สวนทางกับทิศทางธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เป็นขาขึ้นชัดเจนตามปริมาณงานในมือที่เพิ่มขึ้น ตัวอย่างงานที่ CK ได้รับ เช่น งานซ่อมบำรุง ปรับปรุงโครงสร้าง งานระบบทางพิเศษศรีรัช ทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร และทางพิเศษอุดรรัถยา กับ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) มูลค่า 1.08 พันล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลา 17 เดือน

รวมทั้งงานก่อสร้างขุดคลองระบายน้ำหลากพร้อมอาคารประกอบ สัญญาที่ 4 โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับกรมชลประทาน มูลค่า 3,280 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลา 1,080 วัน

นอกจากนี้ ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กิจการร่วมค้าระหว่าง CK กับ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) คือ ซีเคเอสที-พีแอล ได้งานโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แบ่งเป็น

สัญญาที่ 1 งานออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่งและสถานีใต้ดิน (ช่วงเตาปูน-หอสมุดแห่งชาติ) มูลค่า 19,430 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลา 2,005 วัน

สัญญาที่ 2 งานออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่งและสถานีใต้ดิน (ช่วงหอสมุดแห่งชาติ-ผ่านฟ้า) มูลค่า 15,878 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลา 2,005 วัน

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส มีมุมมองเชิงบวกต่อ CK ระบุว่า งานคลองระบายน้ำและประเด็นบวกจาก BEM เป็นผู้ชนะรถไฟฟ้าสายสีส้มอย่างเป็นทางการ ซึ่ง CK จะเป็นผู้ Sub contract ด้านงานก่อสร้าง แบ่งเป็น งานโยธาฝั่งตะวันตก 9.6 หมื่นล้านบาท งานวางระบบและจัดซื้อขบวนรถตลอดสาย 3.1 หมื่นล้านบาท

อีกทั้ง ยังมีโรงไฟฟ้าหลวงพระบาง มูลค่างานโยธาราว 8 หมื่นล้านบาท ที่คาดเซ็นสัญญาปลายปีนี้ ทำให้งานในมือ (Backlog) ของ CK คาดทะยานจากปัจจุบัน 6.3 หมื่นล้านบาท ทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 2.6 แสนล้านบาท รับรู้รายได้เป็น S-Curve รอบใหม่ ตั้งแต่ปี 2566 ต่อเนื่องไป 5-7 ปีข้างหน้า

หากมองระยะสั้น ผลประกอบการไตรมาส 3 นี้ คาดจะเติบโตจากไตรมาสก่อนและงวดปีก่อน มีแรงหนุนหลักจากการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไร BEM หลังเปิดเมือง, CKP ผลิตไฟฟ้าเต็มที่จากปริมาณน้ำฝนมากและรับปันผลจาก TTW รวมถึงธุรกิจรับเหมาฯ ฟื้นตัวงวดปีก่อนที่ปิดแคมป์ 1 เดือน

ส่วนระยะกลาง-ยาว จะขับเคลื่อนจากธุรกิจก่อสร้างขาขึ้นชัดเจนตั้งแต่ปี 2566 ควบคู่กับการเติบโตดีของเงินลงทุนในบริษัทร่วม ทั้ง BEM, CKP รวมถึงมีรายได้ปันผลสม่ำเสมอจาก TTW จะหนุนภาพรวมธุรกิจ CK ให้แข็งแกร่ง

ทั้งนี้ ในครึ่งหลังปีนี้จะมีการเริ่มงานใหญ่อย่างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และรถไฟทางคู่เด่นชัย แต่ในช่วงแรกความคืบหน้ายังไม่มาก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นงานออกแบบ ทำให้คาดรายได้ก่อสร้างไตรมาส 3 ปีนี้-ไตรมาส 1 ปีหน้า จะทรงตัวที่ระดับ 3.0-3.5 พันล้านบาท/ไตรมาส

ก่อนทยอยยกฐานขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีหน้า ที่เริ่มเข้างานก่อสร้างหลัก บวกกับโรงไฟฟ้าหลวงพระบางสามารถรับรู้งานได้ต่อเนื่องจากช่วงก่อนหน้าที่เข้างานแล้วบางส่วน

ส่วนรถไฟฟ้าสายสีส้ม แม้งานโยธาฝั่งตะวันตกคาดเข้างานหลักในช่วงต้นปี 2567 แต่มีส่วนงานระบบฝั่งตะวันออก (คาด 1.3 หมื่นล้านบาท) ที่จะรับรู้ได้ทันทีเมื่อเซ็นสัญญา จากการก่อสร้าง 5 โครงการใหม่พร้อมกัน (รวมในประมาณการแล้ว)

ด้านอัตรากำไรขั้นต้นคาดรักษาได้ที่ 7-8% จากงานรถไฟฟ้าและรถไฟทางคู่ที่มีมาร์จิ้นสูงกว่างานอาคาร ขณะที่แนวโน้มราคาวัสดุก่อสร้างชะลอความร้อนแรง มีการบริหารจัดการสต๊อกไว้บางส่วน ส่วนสถานการณ์แรงงานเพียงพอและมีทิศทางดีขึ้นหลังเปิดเมือง

อย่างไรก็ดี ต้องติดตามการพิจารณาคดีที่ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ฟ้องรฟม.ในกรณียกเลิกประมูลครั้งแรกด้วยมิชอบ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด โดยประเมินกรณีศาลตัดสินการประมูลครั้งนี้สามารถดำเนินการได้ คาดเซ็นสัญญาในไตรมาส 1 ปีหน้า

บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ “ซื้อ” มองว่ามีโอกาสที่กลุ่มบริษัทจะมีแผนธุรกิจร่วมกันเพื่อเกิด Synergy มากขึ้นในอนาคต คงประมาณการกำไรปกติปีนี้ที่ 920 ล้านบาท ฟื้นตัวสูงจากปีก่อนที่ 100 ล้านบาท

และปี 2566-2567 จะบวก 53% CAGR คงราคาเหมาะสม 25 บาท อิง SOTP ซึ่งมี Upside จากส่วนของ BEM ที่ชนะสายสีส้ม (ประเมินการเพิ่มขึ้นของมูลค่าพื้นฐาน BEM ทุก ๆ 1 บาท จะส่งต่อราคาเหมาะสมของ CK เพิ่ม 2-3 บาท/หุ้น)

ราคาปิดล่าสุดของ CK ยังมี Upside จากราคาเป้าหมาย 15.28% และถูกเลือกให้เป็น Top Pick ของกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง

Back to top button