รู้จัก! “StockLend by NestiFly” แพลตฟอร์ม P2P Lending รายแรกของไทย

StockLend by NestiFly แพลตฟอร์ม “P2P Lending” รายแรกของไทย ชูนวัตกรรมภาคการเงินที่ช่วยจับคู่ผู้ขอสินเชื่อและนักลงทุน มุ่งเชื่อมทุกโอกาสโดยใช้หุ้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในปัจจุบันช่องทางการขอสินเชื่อสามารถกระทำได้จากหลากหลายช่องทางนอกเหนือจากธนาคารแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกสินเชื่อที่มีความปลอดภัยสูง  น่าสนใจคือ Peer-to-Peer Lending Platform หรือ “ P2P Lending ”  ซึ่งผ่านการทดสอบใน  Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทยโดย “ P2P Lending ” เป็นนวัตกรรมภาคการเงินที่ช่วยจับคู่ผู้ขอสินเชื่อและนักลงทุนผ่านแพลตฟอร์มทางการเงิน โดยผู้ให้บริการที่ผ่านการทดสอบรายแรกและรายเดียวของประเทศไทย ณ ปัจจุบันคือ “ StockLend by NestiFly ” ที่มาพร้อมกับหลักการ # ให้หุ้นเชื่อมทุกโอกาสการลงทุน ซึ่งใช้หุ้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

นอกจากนี้เชื่อว่านักลงทุนจากทราบว่า “P2P Lending” และ “StockLend by NestiFly” คืออะไร

สำหรับ P2P Lending หรือ Peer-to-Peer Lending คือ การขอสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคลผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีแพลตฟอร์มเป็นตัวกลางทำหน้าที่จับคู่ระหว่างผู้ขอสินเชื่อและนักลงทุนที่มีความต้องการตรงกัน ซึ่งปัจจุบัน “StockLend by NestiFly” เป็นแพลตฟอร์ม P2P Lending เจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทยที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง และอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อระยะสั้น ที่ใช้หุ้นที่คัดเลือกแล้ว เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

โดยจุดเด่นของ “StockLend by NestiFly” คือทำหน้าที่ Matching ความต้องการระหว่างผู้ขอสินเชื่อและนักลงทุนเข้าด้วยกันเกิดเป็นสัญญาสินเชื่อบนระบบอิเล็กทรอนิกส์ มีข้อดีคือ 1) ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการเงิน ให้เข้าถึงบริการทางการเงินที่มีคุณภาพเหมาะสมผ่านนวัตกรรมทางการเงิน 2) สามารถเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนของตัวกลางทางการเงินเเละสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า และ 3) สร้างมาตรฐานความปลอดภัยเเละโปร่งใส ด้วย Blockchain ผ่านระบบที่ปลอดภัยเเละตรวจสอบได้

ส่วนผู้ขอสินเชื่อ สามารถเข้าถึงกลุ่มบุคคลได้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบการ ฟรีแลนซ์ หรือกลุ่มบุคคลคนทั่วไป  ก็สามารถทำธุรกรรมได้ โดยใช้หุ้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยต้องถือหุ้นที่อยู่ใน SET และต้องมีพอร์ตหุ้นกับ บล.ลิเบอเรเตอร์ (Liberator)

ขณะที่นักลงทุน NestiFly ถือเป็นทางเลือกการลงทุนที่ดีมากทางหนึ่งซึ่งมีผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินกับธนาคารโดยเป็นการลงทุนระยะสั้นกระจายความเสี่ยงได้ โดยนักลงทุนเองไม่จำเป็นจะต้องมีหุ้น เพียงแค่มีพอร์ตหุ้นกับ บล.ลิเบอเรเตอร์ (Liberator) สำหรับใช้โอนเงิน ซึ่งปัจจุบัน บล.ลิเบอเรเตอร์ทำหน้าที่เป็น Custodian ดูแลหลักทรัพย์ค้ำประกันและธุรกรรมทางการเงินให้กับแพลตฟอร์ม StockLend by NestiFly

ทั้งนี้ StockLend by NestiFly มีเเนวทางการบริหารความเสี่ยงสำหรับนักลงทุน คือ คัดเลือกผู้ขอสินเชื่อที่มีเครดิตดี คัดเลือกหุ้นหลักประกันที่มีคุณภาพโดยทำการวิเคราะห์ความผันผวนของราคาหุ้น สภาพคล่อง และพิจารณาการดำเนินงานของบริษัทเพื่อลดความเสี่ยงให้แก่นักลงทุน โดยในแต่ละสินเชื่อมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงเพื่อปกป้องเงินต้นองนักลงทุน ซึ่งผู้ขอสินเชื่อจะต้องมี “หุ้น” เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในมูลค่าที่สูงกว่ามูลค่าสินเชื่อหรือ มีระดับ LTVตามที่บริษัทกำหนด โดยมีระดับ LTV สูงสุดที่ 60% กล่าวคือ หากต้องการขอสินเชื่อ 60 บาท ต้องมีหุ้นมูลค่า 100 บาท เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นต้น

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าศึกษาข้อมูลการสมัครและใช้บริการแพลตฟอร์ม StockLend by NestiFly ได้ที่ https://www.nestifly.com หรือ LINE OA @nestifly

Back to top button