‘เฟด’ ปั่นป่วน! กดดันแบงก์ชาติทั่วโลก (จบ)

ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลก ได้เริ่มดำเนินตามแบบจำลองความเป็นอิสระทางการเมืองของเฟด และการมุ่งเน้นภารกิจของตนอย่างมุ่งมั่นและแน่วแน่..


ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลก ได้เริ่มดำเนินตามแบบจำลองความเป็นอิสระทางการเมืองของเฟด และการมุ่งเน้นภารกิจของตนอย่างมุ่งมั่นและแน่วแน่..สำหรับธนาคารกลางส่วนใหญ่แล้ว นั่นคือ “การคงอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ระดับใกล้เคียง 2%

โดย Joachim Nagel ประธานธนาคารกลางเยอรมนี และสมาชิกสภาบริหารธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า “นี่เป็นเครื่องเตือนใจว่าความเป็นอิสระไม่ควรถูกมองข้าม เราต้องทำตามภารกิจของเราและแสดงให้ชัดเจนว่าความเป็นอิสระเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับเสถียรภาพด้านราคา”

ขณะนี้ตลาดการเงินหลายแห่งยังไม่แสดงความกังวลอย่างลึกซึ้ง เกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทรงตัวระดับค่อนข้างสูงและยังไม่มีการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ที่บ่งชี้ถึงความน่าเชื่อถือของเฟดว่า กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง..!!

แม้ว่า “ทรัมป์” จะสามารถแต่งตั้งประธานคนใหม่ได้ เมื่อวาระการดำรงตำแหน่งหัวหน้าผู้กำหนดนโยบายการเงินของพาวเวลล์สิ้นสุดลง ช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2569 แต่ “ทรัมป์” ต้องการให้มีการลาออกของสมาชิกคณะกรรมการเฟดทั้ง 7 คนมากขึ้น เพื่อให้ผู้ที่เขาแต่งตั้งมีอำนาจคุมเสียงข้างมาก ทั้งนี้ เครือข่ายธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกอบด้วยธนาคารกลางระดับภูมิภาค 12 แห่ง โดยบรรดาผู้นำของธนาคาร จะผลัดกันลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ย ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ถ่วงดุล โดยคณะกรรมการบริหารระดับภูมิภาคถูกว่าจ้างให้ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นการสร้างระยะห่างจากอิทธิพลของรัฐบาลกลางวอชิงตัน

อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ระหว่างทรัมป์และเฟด ซึ่งอยู่ในประเทศ ที่มองว่ามีขนบธรรมเนียมทางสถาบัน และด้านกฎหมายที่เข้มแข็ง ทำให้บรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอื่น ๆ ทั้งหลายตระหนักดีว่าความเป็นอิสระของพวกเขานั้นเปราะบางมากเพียงใด

แม้แต่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งมีความเป็นอิสระของตนเองจากรัฐบาล 20 ประเทศในยูโรโซน และมีการให้สัตยาบันโดยสนธิสัญญาต่าง ๆ ของสหภาพยุโรป (EU) ยังต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อพิสูจน์ตนเอง

โดย ECB ถูกกล่าวหาว่า ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่รัฐบาล เมื่อเปิดตัวโครงการซื้อพันธบัตรจำนวนมากมหาศาลเมื่อทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันภาวะเงินฝืดและได้รอดพ้นจากการถูกฟ้องร้อง เพื่อมุ่งขัดขวางการซื้อพันธบัตรเหล่านั้นในศาลหลายครั้ง

หลายพรรคการเมืองฝ่ายขวาและฝ่ายซ้ายในหลายประเทศ เช่น อิตาลี, เยอรมนี และฝรั่งเศส วิพากษ์วิจารณ์ธนาคารกลางมาเป็นระยะ ๆ โดยประเทศอื่นหลายประเทศได้เปลี่ยนการแต่งตั้งผู้ว่าการธนาคารกลางของตนเอง ให้กลายเป็นเรื่องการเมือง

Martins Kazaks ผู้ว่าการธนาคารกลางลัตเวีย ถูกนักการเมืองระดับชาติหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่ตอบสนองความต้องการของรัฐบาล ระหว่างกระบวนการแต่งตั้งใหม่อันวุ่นวาย ส่วนสโลวีเนีย ไม่มีผู้ว่าการธนาคารกลางเลย นับตั้งแต่เดือนมกราคม ท่ามกลางความขัดแย้งในพรรคการเมือง

ฝั่งญี่ปุ่นอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ตำหนิ มาซาอากิ ชิราคาวะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ขณะนั้นว่าดำเนินการน้อยเกินไปในการต่อสู้กับภาวะเงินฝืด และเลือกฮารุฮิโกะ คุโรดะ ช่วงปี 2556 ให้ดำรงตำแหน่งแทนชิราคาวะที่ลาออกก่อนหมดวาระเพียงไม่กี่สัปดาห์

จากนั้น “คุโรดะ” ดำเนินโครงการซื้อสินทรัพย์จำนวนมากมหาศาล ช่วยทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง และกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่กลับสร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางแบบดั้งเดิมหลายแห่ง ที่ผลักดันให้ BOJ กลายมาเป็นเจ้าหนี้หลักของรัฐบาลตนเอง…!!

Back to top button