
WTI ปิดลบ 21 เซนต์ หลังดอลลาร์แข็งค่า-จับตาเจรจานิวเคลียร์อิหร่าน
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดลบ 21 เซนต์ จากแรงกดดันดอลลาร์แข็งค่าและแรงขายทำกำไร ขณะที่นักลงทุนยังจับตาความคืบหน้าการเจรจาโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (31 ม.ค.69) สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเล็กน้อยในวันศุกร์ (30 ม.ค.) หลังราคาปรับขึ้นต่อเนื่องก่อนหน้านี้ ขณะที่ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่เป็นปัจจัยหนุนราคา
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มี.ค. ลดลง 21 เซนต์ หรือ 0.32% ปิดที่ 65.21 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือน มี.ค. ลดลง 2 เซนต์ หรือ 0.03% ปิดที่ 70.69 ดอลลาร์/บาร์เรล
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ขณะนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับอิหร่าน ตลาดได้สะท้อนความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านไปมากแล้ว แต่ยังประเมินทิศทางตลาดได้ยาก คำถามสำคัญคือ หากมีการดำเนินการทางทหารต่ออิหร่าน อิหร่านจะตอบโต้อย่างไร
เมื่อวันพฤหัสบดี ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค. หลังมีรายงานจากหลายแหล่งว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กำลังพิจารณามาตรการต่ออิหร่าน ซึ่งรวมถึงการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมาย ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันที่อาจหยุดชะงัก
ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านได้ส่งสัญญาณพร้อมเปิดการเจรจา แต่อิหร่านระบุในวันศุกร์ว่าศักยภาพด้านการป้องกันประเทศไม่ควรถูกนำไปอยู่ในการเจรจาใด ๆ
นักวิเคราะห์กล่าวว่า การปรับขึ้นของราคาน้ำมันเริ่มชะลอลงจากแนวโน้มการหยุดยิงที่ไม่ราบรื่นระหว่างรัสเซียกับยูเครน รวมถึงความเป็นไปได้ที่การโจมตีอิหร่านอาจไม่เกิดขึ้น หลังรัฐบาลทรัมป์เปิดทางสำหรับการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
สหรัฐฯ ซึ่งได้เสริมกำลังทางทหารในตะวันออกกลางในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังออกมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อชาวอิหร่าน 7 ราย และอย่างน้อย 1 องค์กร
การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐจากระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีเมื่อต้นสัปดาห์ได้สร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน โดยดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นในวันศุกร์เกิดขึ้นหลังทรัมป์ประกาศเลือก เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟด ให้ขึ้นเป็นผู้นำธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เมื่อวาระของ เจอโรม พาวเวล สิ้นสุดลงในเดือนพ.ค.
ดอลลาร์ที่แข็งค่ามักจำกัดความต้องการซื้อจากประเทศที่ใช้สกุลเงินอื่นในการชำระค่าน้ำมัน
นักวิเคราะห์กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ หลังการปิดซ่อมบำรุง รวมถึงการที่คาซัคสถานใกล้กลับมาผลิตน้ำมันที่แหล่ง Tengiz นั้นส่งผลกดดันตลาด และหลังจากราคาปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งตลอดสัปดาห์ การขายทำกำไรก่อนเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์ถือเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
ผลสำรวจนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าราคาน้ำมันจะเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปีนี้ เนื่องจากแนวโน้มอุปทานล้นตลาดจะหักล้างผลกระทบจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบอุปทาน

