“อนุทิน” ให้เวลาคนถูกทาบเป็นแคนดิเดตนายก – เตรียมเปิดนโยบาย 25 ธ.ค.นี้
“อนุทิน” ยังให้เวลาผู้ที่ได้รับการทาบทามแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย พิจารณาก่อนจะตัดสินใจ พร้อมเตรียมเปิดตัวนโยบายการเลือกตั้ง 2569 วันที่ 25 ธันวาคมนี้ เน้นแก้ไข “4 ภัย” เศรษฐกิจ–ภัยสังคม–ภัย– ความมั่นคง–ภัยธรรมชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 ธ.ค.68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค ก่นนเปิดเผยถึงความชัดเจนเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยว่า ต้องให้คนที่ได้ทาบทามได้พิจารณาปรึกษาหารือก่อน แต่ตอนนี้อย่างไรก็ตาม คนที่ทำงานร่วมกันในรัฐบาลชุดนี้ ก็ให้คำมั่นสัญญาว่าจะร่วมทำงานกันต่อไป ในภาคส่วนที่แต่ละคนมีความถนัด
“ก็บอกทุกคนแล้ว ทุกคน ๆ” นายอนุทิน กล่าวย้ำ เมื่อถูกถามซ้ำถึงการทาบทาม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวหน้าทีมเศรษฐกิจก็หนีไม่พ้นนางศุภจี ที่เน้นภาคพาณิชย์ อุตสาหกรรม การค้า ส่วนนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เรื่องการเงิน การคลัง เศรษฐกิจมหภาค และการควบคุมวินัยทางการเงิน งบประมาณ เป็นต้น สำหรับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีความเชี่ยวชาญ ดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การทูต ที่สร้างความมั่นคงแข็งแกร่งของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนางศุภจีไม่ตอบรับเป็นแคนดิเดตนายกฯ จะเป็นนายสีหศักดิ์หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนตอบไปหมดแล้วว่า เรามีบุคลากรเหล่านี้อยู่ในคณะทำงานของพรรคภูมิใจไทย ถ้าสามารถได้รับความไว้วางใจของประชาชนให้กลับมาบริหารราชการแผ่นดิน หลังการเลือกตั้ง ได้ก็จะยังเห็นหน้าคนเหล่านี้อยู่ในรัฐบาล
ในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคภูมิใจไทย มีรายงานว่า การหารือนโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ วันที่ 25 ธันวาคมนี้ เบื้องต้นเน้นนโยบาย “4 ภัย” ได้แก่
- ภัยเศรษฐกิจปากท้อง โดยระยะเร่งด่วนจะเป็นนโยบายการพักหนี้ทุกรูปแบบ 100,000 บาทต่อคน, นโยบาย “คนละครึ่ง พลัส”ส่วนในระยะยาวจะวางรากฐาน เพื่อให้ความสำคัญกับผู้ที่อยู่ในระบบภาษีจะได้สิทธิประโยชน์จากสวัสดิการของรัฐมากกว่าคนที่อยู่นอกระบบภาษี เช่น บัตร 30 บาทพลัส
- ภัยความมั่นคงชายแดน จะสนับสนุนกองทัพปกป้องอธิปไตยของไทย เพื่อสร้างความชัดเจนบนเวทีโลกและเดินหน้าเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการสู้รบ
- ภัยสังคม ยกระดับปัญหาสแกมเมอร์และยาเสพติด เป็นภัยความมั่นคง
- ภัยธรรมชาติและการเยียวยา เดินหน้าปัญหาสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น ทั้งนโยบายโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน รวมถึงควบคุมก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้ประเทศไปสู่เป้าหมาย “Net Zero”

