
UNIQLO80 พุ่งแรง 9% รับงบไตรมาส 4/68 รายได้-กำไรออลไทม์ไฮ
UNIQLO80 พุ่งแรง 9% หลัง Fast Retailing บริษัทแม่ยูนิโคล่รายงานงบไตรมาส 4/68 (สิ้นสุดเดือน พ.ย.68) ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้และกำไร พร้อมปรับเพิ่มประมาณการปี 2569
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ที่อ้างอิง Fast Retailing บริษัทแม่ของแบรนด์ดังอย่าง UNIQLO (ยูนิโคล่) ราคาบวกคึก โดย UNIQLO80 ปิดตลาดวันนี้(9 ม.ค.69) ราคาอยู่ที่ระดับ 12.60 บาท เพิ่มขึ้น 1.10 บาท หรือ 9.57% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.26 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ระบุในบทวิเคราห์ว่า Fast Retailing บริษัทแม่ของแบรนด์ดังอย่าง UNIQLO (ยูนิโคล่) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 หรือ ไตรมาส 4/68 (สิ้นสุดเดือน พ.ย.2568) ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้และกำไร
โดยรายได้อยู่ที่ 1,027 พันล้านเยน ดีกว่าตลาดคาด 3.8% เติบโต 14.8% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการจัดพอร์ตสินค้าในช่วงรอยต่อฤดูกาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผสานสินค้ากลุ่มใส่ได้ตลอดปีกับสินค้า fall และ winter ทำให้ยอดขายยังเติบโตต่อเนื่อแม้สภาพอากาศผันผวน
ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 147.4.4 พันล้านเยน มากกว่าคาด 13.3% เติบโต 11.7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากทั้ง Uniqlo ในญี่ปุ่นและต่างปรtเทศ โดยใน Uniqlo Japan ท่ารารายได้ 299 พันล้านเยน มากกว่าคาค 2.9% เติบโต 12.2% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ Uniqlo International เป็นด้วยโรงสำคัญ ทำรายได้ 604 พันล้านเยน มากกว่าคาด 6.15 เติบโตถึง 20.4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ GU แม้รายได้เพิ่มเฉพาะสินค้าขายดี เริ่มส่งผลเชิงบวกต่อคุณภาพกำไรอย่างเป็นรูปธรรม
ในไตรมาสนี้ทั้ง margin และ SG&A ทำได้ค่อนข้างดี โดย gross margin เพิ่มขึ้นเป็น 55.2% (+80 bps เทียบไตรมาสก่อนหน้า และ +160 bps เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน)หนุนโดย Uniqlo ต่างประเทศที่สามารถบริหารสต๊อกได้ดีขึ้น ลดการพึ่งพาการลดราคา และปรับ mix สินค้าให้ตอบโจทย์ดีมานด์ในแต่ละภูมิภาค แม่ในญี่ปุ่น gross margin ลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนนำเข้าสูงขึ้นตามค่าเงินเยนอ่อนค่า ขณะที่ SG&A ratio ลดลงเหลือ 35.2% (-470 bps เทียบไตรมาสก่อนหน้า และ -170 bps เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) สะท้อนถึงการ leverage จากขนาดธุรกิจ และการยกระดับประสิทภาพการดำเนินงานในรพกับร้านแลโลจิสติกส์ในเชิงโครงสร้าง มากกว่าการตัดค่าใช้จ่ายแบบชั่วคราว ในเชิงภูมิภาคจีน(7%) เริ่มกลับมาเป็นแรงสนับสนับสนุนมากขึ้น จากการปรับปรุงสาขาที่ไม่มีประสิทธิภาพ และการขาย e-commerce ผ่าน JD
ด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(+22%) ได้แรงหนุนจากการเติบโตจาก product mix ที่ตอบโจทย์ที่นั่งนักท่องเที่ยวและการใช้งานประจำวัน ขณะที่ยุโรป (+34%) ได้อานิสงค์จาก flagship ใหม่ที่ไม่เป็นแค่จุดขาย แต่ช่วยอกระดับการรับรู้แบรนด์ รวมถึงการขยายสาขาในเมือง กลาสโกว์ เบอร์มิงแฮมมิวนิก และแฟรงก์เฟิร์ด ช่วยขยายฐานลูกค้าในพื้นที่ที่แบรนด์ยังค์ยังมี penetration ต่ำ ด้านอเมริกาเหนือ (+30%) สามารถขายสินค้าได้ดีโดยไม่ต้องพึ่งการลดราคาเป็นหลัก ทำให้ดูดซับขับต้นทุนจากภาษีนำเข้าได้และรักษาคุณภาพกำไรไว้ได้
Fast Retailing ปรับเพิ่มประมาณการในปี 2569 ทั้งรายได้ และกำไร โดยคาครายได้อยู่ที่ 3,800 พันล้านเยน เพิ่มขึ้นจากประกากมการเดิมที่ 3,750 พันล้านเยน ด้านกำไรสุทธิปรับขึ้น 450 พันล้านเยน จาก 435 พันล้านเยน อย่างไรก็ดีผู้บริหารย้ำว่าว่าการปรับประมาณการครั้งนี้สะท้อนผลงานที่ดีกว่าคาดในในไตรมาสแรกเป็นหลัก มากกว่าารยกมุมมองครึ่งปีหลัง เนื่องจากยังมีความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่อบอุ่นกว่าปกดีในญี่ปุ่นและจีน ซึ่งอาจกดดันยอดขายสินค้า winter และเพิ่มแรงกดดันด้านการลดราคา จุดที่น่าสนใจคือโทนผู้บริหารที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัย โดยเฉพาะต่อจีนจากเดิมที่สื่อสารอย่างระมัดระวัง กลายเป็นการยอมรับว่ามาตรการเชิงโครงสร้างที่ทำต่อเนื่องเริ่ม “ออกดอกออกผล” และเห็นผลเชิงรูปธรรม
ขณะเดียวกัน บริษัทชี้ว่าความทำหายถัดไปคือการยกระดับคุณภาพการดำเนินงานและซัพพลายเขนให้ร้องรับการเติบโตที่รวดเร็วในยุโรปและอเมริกาเหนือ เพื่อลดควานเสียงด้านสต๊อกและประสบการณ์ลูกค้า ซึ่งสะท้อนว่า Fast Retailing มั่นใจมากขึ้นในโครงสร้างธุรกิจระยะกลาง เมื่อเทียบกับรอบก่อนที่น้ำหน้าหนักการสื่อสารยังอยู่ที่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเป็นหลัก


