
จับตาศาลฎีกาสหรัฐคืนนี้ คดีภาษีทรัมป์ ชี้ทิศการค้า เสี่ยงกระทบรายได้รัฐ
ตลาดจับตาศาลฎีกาสหรัฐฯ ชี้ชะตาคดีภาษี “ทรัมป์” หลังนักวิเคราะห์เตือน ผลคำตัดสินอาจกระทบทั้งนโยบายการค้าและฐานะการคลังของรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 ม.ค.69) ศาลฎีกาสหรัฐอเมริกา มีกำหนดพิจารณาคดีสำคัญที่อาจมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการภาษีนำเข้า (tariffs) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งถูกจับตาว่าอาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อทิศทางนโยบายการค้า และรายได้ภาครัฐของสหรัฐฯ
แม้ยังไม่มีการยืนยันว่า ศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมาในวันนี้หรือไม่ แต่ศาลได้กำหนดให้เป็น “วันตัดสิน” (decision day) สำหรับการประกาศคำแถลง และมีการคาดการณ์อย่างแพร่หลายว่า คดีภาษีนำเข้านี้จะถูกยกขึ้นมาพิจารณา
ประเด็นสำคัญของคดีอยู่ที่ว่า คำวินิจฉัยจะครอบคลุม 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ รัฐบาลสามารถใช้อำนาจตามบทบัญญัติภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act: IEEPA) ในการจัดเก็บภาษีได้หรือไม่ และหากศาลเห็นว่ามาตรการดังกล่าวไม่เหมาะสม สหรัฐฯ จะต้องจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าที่ชำระภาษีไปแล้วหรือไม่
โฮเซ ตอร์เรส นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Interactive Brokers (IBKR) กล่าวว่า หากศาลมีคำสั่งระงับภาษีนำเข้า ทำเนียบขาวจะพยายามหาทางเลือกอื่นมารองรับผลกระทบที่เกิดขึ้น
ตอร์เรส ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีความทะเยอทะยานสูงในการผลักดันวาระดังกล่าวให้เกิดผล แม้จะอาจเผชิญแรงต้านและความขัดแย้งในหลายด้านจากการตัดสินใจดังกล่าว
นักเศรษฐศาสตร์จากภาคเอกชนประเมินว่า การระงับภาษีนำเข้าอาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการดึงการผลิตกลับสู่ประเทศ (Onshoring) และสร้างแรงกดดันต่อฐานะการคลัง ซึ่งอาจทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่งอาจเป็นผลดีต่อกำไรของภาคธุรกิจ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง และการค้าระหว่างประเทศที่คล่องตัวมากขึ้น
ขณะที่ อาเรียนา ซัลวาทอเร และ แบรดลีย์ เทียน นักวิเคราะห์จากมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ศาลมีอำนาจในการตัดสินใจในวงกว้าง ซึ่งผลลัพธ์อาจออกมาได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การจำกัดขอบเขตของภาษีที่ใช้อยู่เดิมโดยไม่ถึงขั้นยกเลิกทั้งหมด ไปจนถึงการจำกัดการบังคับใช้ภาษีในอนาคต
ทั้งสองระบุว่า มีโอกาสที่รัฐบาลจะหันมาใช้แนวทางที่ประนีประนอมมากขึ้นต่อระบบภาษีโดยรวม เนื่องจากกระแสความสนใจทางการเมืองในช่วงหลังมุ่งเน้นไปที่ประเด็นค่าครองชีพ (Affordability)
ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบัน ผลกระทบจากภาษีนำเข้ายังคงสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อในวงจำกัด ขณะที่ตัวเลขขาดดุลการค้าปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งขัดกับความกังวลก่อนหน้าว่าสหรัฐฯ อาจถูกโดดเดี่ยวในเวทีการค้าโลก โดยตัวเลขการค้าที่ไม่สมดุลในเดือนตุลาคมลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่สิ้นสุดวิกฤตการเงินโลกในปี 2552
นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลยังมีทางเลือกทางกฎหมายอย่างน้อย 3 แนวทาง ภายใต้พระราชบัญญัติการค้าปี 2505 (1962 Trade Act) เพื่อคงมาตรการภาษีส่วนใหญ่ไว้ได้อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าอาจสร้างภาระต่อรัฐบาล และกระทบต่อความพยายามในการลดการขาดดุลทางการคลัง
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐ ระบุว่า ภาษีนำเข้าสร้างรายได้ให้รัฐราว 195,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2025 และอีกประมาณ 62,000 ล้านดอลลาร์ ในปีงบประมาณ 2569
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
9 ม.ค. “ซูพรีมคอร์ท” นัดชี้ชะตาคดี “ภาษีสหรัฐ” ลุ้น “ทรัมป์” ทำผิดกฎหมายหรือไม่
