
โบรกแนะลงทุน 3 หุ้น “ปันผลสูง” รับมือเศรษฐกิจผันผวน
”บล.กสิกรไทย“ แนะลงทุนหุ้นปันผลสูง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน พร้อมชู 3 หุ้นเด่น ได้แก่ AMATA ราคาเป้าหมาย 23.50 บาท, CPN ราคาเป็าหมาย 72.50 บาท และ KTB ราคาเป้าหมาย 31.50 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนปี 2569 โดยคัดเลือกหุ้นเด่นที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนจากเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน แต่การลงทุนภาคเอกชนและการบริโภคภายในประเทศยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้ประเมินหุ้นในดัชนี SET โดยใช้กรอบวิเคราะห์ด้านคุณภาพกำไร ความมั่นคงของกระแสเงินสด และความสามารถในการจ่ายเงินปันผลในระยะยาว ผ่านตัวชี้วัด Dividend Score ของ KS ซึ่งสะท้อนศักยภาพการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน
โดยในปี 2569 ได้คัดเลือกหุ้นเด่นที่มีคะแนนอยู่ในระดับสูงสุด 25% ของกลุ่มหุ้นปันผลทั้งหมด ประกอบด้วย บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB
สำหรับ AMATA ฝ่ายวิจัยมองว่าเป็นหุ้นเด่นสำหรับปี 2569 จากมูลค่าพื้นฐานที่ยังอยู่ในระดับน่าสนใจ โดยซื้อขายที่อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (PBV) เพียงราว 0.7 เท่า ขณะที่อัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 2568–2569 คาดอยู่ในช่วง 6.2–6.7% ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากยอดขายที่ดินรอโอน (Backlog) มูลค่ากว่า 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569 รวมถึงแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตตามกลยุทธ์ China plus one และการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์และพลังงานสะอาด ทั้งนี้ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 23.50 บาท
ด้าน CPN ฝ่ายวิจัยประเมินว่าเป็นหุ้นที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศและภาคท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเปิดศูนย์การค้าใหม่และการขยายพื้นที่เช่าในโครงการเดิม ส่งผลให้อัตราการเช่า (NLA) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ในปี 2569 และทยอยปรับค่าเช่าในหลายทำเล ขณะที่การลงทุน (CAPEX) เริ่มเข้าสู่ช่วงพีก ทำให้กระแสเงินสดมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ทำให้คาดว่าอัตราผลตอบแทนเงินปันผลจะอยู่ที่ 4.3–4.7% พร้อมให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 72.50 บาท
ส่วน KTB ถูกมองว่าเป็นหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่ม โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CET1) อยู่ในระดับสูง และมีคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง การเติบโตของกำไรได้รับแรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนเงินปันผลในปี 2568–2569 คาดอยู่ที่ราว 6.1–6.2% โดยให้คำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 31.50 บาท
อย่างไรก็ตาม หุ้นทั้งสามตัวเป็นกลุ่มที่เหมาะสำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาวในปี 2569 สำหรับนักลงทุนที่มองหาความมั่นคงของกระแสเงินสดและผลตอบแทนจากเงินปันผล ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในช่วงที่ดอกเบี้ยเริ่มเข้าสู่ทิศทางทรงตัวถึงขาลง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับหุ้นปันผลคุณภาพสูงในพอร์ตการลงทุน

