ขาดสตอรี่ใหม่

ตลาดหุ้นไทยยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เสียที…เหตุเพราะยัง ขาดปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน แถมยังต้อง รอผลการเลือกตั้งไทย


ตลาดหุ้นไทยยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เสียที…เหตุเพราะยัง ขาดปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน แถมยังต้อง รอผลการเลือกตั้งไทย รวมถึงผลประกอบการปี 2568 ที่ “บจ.” จะทยอยประกาศออกมา โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ ที่เตรียมเปิดฤดูกาลงบเป็นกลุ่มแรก ขณะเดียวกัน ความคาดหวังว่า เฟดจะลดดอกเบี้ย ก็ยังไม่สามารถปลุกตลาดให้คึกคักได้มากนัก ทำให้บรรยากาศการซื้อขายยัง ซึม ๆ เซา ๆ ดัชนี SET Index ย่อตัวลงมาปิดที่ระดับ 1,242.20 จุด ลบไป 11.89 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.41 หมื่นล้านบาท เดี๊ยนได้แต่หวังว่า สตอรี่ที่รออยู่ จะกลับมาเป็นปัจจัยบวกให้ตลาดในอนาคตเพคะ 

เพราะความหวัง คือแรงบันดาลใจให้นักสู้เป็นพลังให้นักลงทุนเดินหน้าต่อในวันที่ตลาดไม่เป็นใจ กล้าฟันฝ่าความผันผวน และทยอยเก็บหุ้นติดพอร์ตอย่างมีสติโดยเฉพาะหุ้นที่ “โมนิก้า” และกูรูหลายสำนักแนะนำ ซึ่งมักเป็น หุ้นขนาดใหญ่ พื้นฐานแข็งแกร่ง ธุรกิจชัด กระแสเงินสดมั่นคง ที่สำคัญคือ ปลอดภัยกว่าใคร แถมมี ปันผลสม่ำเสมอ เป็นเสมือนดอกผลระหว่างทาง ช่วยให้นักลงทุนไม่ต้องลุ้นรายวันจนเครียดเกินไปเพคะ

มากันที่หุ้นชูกำลังอย่าง OSP ช่วงนี้มีกำลังวังชาดีจริง ๆ! ราคาหุ้นเริ่มขยับขึ้น แม้สุดท้ายจะปิดเสมอตัวที่ 16.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 181 ล้านบาท ก็มีการประเมินว่ากำไรไตรมาส 4/2568 จะออกมาดีไม่ใช่เล่น ทะลุ 800 ล้านบาท เติบโตทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า รับปัจจัยหนุนจากรายได้ในไทยและเมียนมาเป็นตัวขับเคลื่อน พร้อมกูรูให้ราคาเป้าหมาย 21 บาท โมนิก้าว่า โอ้โห! หุ้นตัวนี้กำลังฟิตปั๋ง แรงทะลุเป้า ใครยังไม่ได้สอย รีบจับจังหวะเลยจ้า

เช่นเดียวกับรายของ SUSCO ติดเทอร์โบแรงทะลุพิกัด! ปีนี้เค้าตั้งเป้าเปิด สถานีบริการเพิ่ม 10 แห่ง จัดเต็มทั้งธุรกิจ ออยล์–นอนออยล์ ประเดิมสวย ๆ กับ “SUSCO SQUARE ปิ่นเกล้า” แห่งที่ 4 ทำเลทองสุดปัง ยังไม่พอแผนต่อไปคือขยายโชว์รูมรถยนต์ไฟฟ้า BYD ภายใต้แบรนด์ “BYD SUSCO Beyond” อีก 1 แห่ง ที่จังหวัดสิงห์บุรี “โมนิก้า” มองว่า เรื่องราวแบบนี้นี่แหละที่ทำให้หุ้นกลับมาไล่ราคากัน ดันให้ปิดที่ 2.12 บาท บวกไป 0.02 บาท หรือขึ้นไป 0.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1ล้านบาท งานนี้บอกเลย…ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เปิดไฟเล่นยาว ๆ ไปจ้า       

เมาท์ต่อกับรายของ AMATA ทางกูรูมองว่าเป็น หุ้นเด่น ในส่วนอัตราตอบแทนเงินปันผล 6.6% พร้อมมี แบ็กล็อต มูลค่า 25,000 ล้านบาท และการโอนที่ดินจะเร่งตัวตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569 อุปสงค์ได้รับแรงหนุนจากย้ายฐานการผลิตแบบ China-plus-one และการลงทุนในศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น นี่อาจเป็น จังหวะเก็บ เมื่อราคาหุ้นย่อตัวปิดที่ระดับ 15.20 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 3.18% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 184 ล้านบาท “โมนิก้า” ว่า…โอ้โห! ตัวนี้น่าสอยจริงจัง งานนี้ใครช้าอาจพลาด กำไรพร้อมปันผลแบบจุก ๆ นะจ๊ะ

เหมือนกับรายของ CPN กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงขยายตัวแบบเต็มสปีดได้แรงหนุนจากรายได้ค่าเช่าศูนย์การค้าที่แข็งแกร่ง และแผนการ เปิดศูนย์การค้าใหม่หลายแห่งพื้นที่เช่า (NLA) มีแนวโน้ม เติบโตต่อเนื่องในปี 2569-2570 หนุนให้รายได้กลับมา เติบโตสองหลัก ขณะที่อัตราค่าเช่ายังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ด้วยกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งสุด ๆ ดังนั้น ด้วยราคาหุ้นปิดเสมอตัวที่ 55.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 200 ล้านบาท “โมนิก้า” ว่าตัวนี้ ทรงพลังจริง ๆ ใครชอบหุ้นทำเงินพร้อมสภาพคล่องแน่น ๆ ต้องจับตาไว้ให้ดีเพคะ

ปิดท้ายที่รายของ ADVANC ยังมีข่าวดีรออยู่อีกเพียบ เมื่อกูรูคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 โตทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนที่ลดลงชัดเจน ขณะเดียวกัน การขยับแพ็กเกจสู่ 5G และอัพเกรดบริการลูกค้าองค์กร ยังหนุนมุมมองบวกต่อธุรกิจ Data Center แถมมี ปันผลสม่ำเสมอ พร้อมราคาเป้าหมาย 345 บาท ไม่แปลกใจที่แรงเก็งกำไรจะเข้ามา ดันหุ้นปิดที่ 327 บาท บวกไป 7 บาท หรือขึ้นไป 2.19% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.74 พันล้านบาท “โมนิก้า” ย้ำชัด…ตัวนี้ ถือแล้วอุ่นใจ ทั้งกำไร ปันผล และอนาคตธุรกิจ ครบเครื่องจริง ๆ ค่ะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button