
“สันติ ปิยะทัต” เดินหน้าปราบบุหรี่ไฟฟ้า ปกป้องเยาวชนไทย
รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า หลังงานวิจัยชี้การสูบบุหรี่มวนลดลง แต่บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มในกลุ่มเยาวชนและสตรี จากรูปลักษณ์และรสชาติที่สร้างความเข้าใจผิดว่าไม่อันตราย จนนำไปสู่ภาวะอคติชอบปัจจุบัน เลือกสุขชั่วคราวเหนือสุขภาพและเงินออมระยะยาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 ม.ค.69) นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมาย ดร.พรภัทร์ รอดโพธิ์ทอง บุญถนอม เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการสัมมนา “การศึกษาสถานการณ์ค่าใช้จ่ายในการสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และพฤติกรรมของกลุ่มผู้สูบต่างๆ ในประเทศไทยด้วยแบบจำลองทางเศรษฐกิจ” ครอบคลุมทั้ง 6 ภูมิภาคของประเทศ เพิ่อรับมือกับปัญหาการสูบบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ
แม้แนวโน้มการสูบบุหรี่มวนจะลดลง แต่บุหรี่ไฟฟ้ากลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและผู้หญิง ทำให้ภาครัฐต้องกำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยมี ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และคณะผู้วิจัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมนำเสนอผลการศึกษา
ดร.พรภัทร์ เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาบุหรี่อย่างจริงจัง โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่กำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในกลุ่มเยาวชนและผู้หญิง โดยข้อมูลจากการศึกษาของคณะผู้วิจัย พบว่า บุหรี่ไฟฟ้าได้กลายเป็น “ประตูบานแรก” ที่ทำให้เยาวชนอายุ 15-20 ปี เริ่มสูบ ด้วยรูปลักษณ์และรสชาติ อีกทั้งยังมี ‘กับดักทางความคิด’ ที่ทำให้ผู้สูบเชื่อผิด ๆ ว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่อันตราย โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 76.4 ไม่เคยคำนวณค่าใช้จ่ายรวมที่สูญเสียไปจากการสูบ และมีภาวะ “อคติชอบปัจจุบัน” (Present Bias) เลือกความสุขชั่วคราวจากการสูบมากกว่าการรักษาสุขภาพและการออมเงินในอนาคต
ขณะที่ข้อมูลเชิงเศรษฐมิติ ระบุว่า ผู้ที่ติดบุหรี่ยังคงมองว่าบุหรี่เป็นสิ่งจำเป็น แม้จะมีการปรับขึ้นภาษีบุหรี่หรือทำแคมเปญรณรงค์ก็ไม่เป็นผล ดังนั้น การนำแนวคิดเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) มาออกแบบนโยบาย “สะกิดพฤติกรรม” (Nudge) เพื่อให้ผู้สูบตระหนักถึงผลเสียทั้งด้านสุขภาพและค่าใช้จ่าย พร้อมเสนอแนวทางควบคุมตลาดออนไลน์และมาตรการทางภาษี ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำไปพัฒนาเป็นชุดนโยบายสุขภาพสาธารณะที่เข้มแข็ง เพื่อปกป้องสุขภาวะของคนไทยอย่างยั่งยืนและสร้างสังคมไทยปลอดบุหรี่ไฟฟ้า
“รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ทั้งการรณรงค์ป้องกัน การปราบปราม และการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในสังคม ลดผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมที่เข้มแข็ง มีสุขภาวะที่ดี และปลอดบุหรี่ไฟฟ้าอย่างแท้จริง” ดร.พรภัทร์ กล่าว

