
PR9 วิ่งต่อ 2% ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 10% รับผู้ป่วยไทย-ต่างชาติหนุน ยันโคเพย์ไร้กระทบ
PR9 บวกต่อ 2% มั่นใจระบบประกันสุขภาพแบบร่วมจ่าย (Co-payment) ไม่กระทบธุรกิจ เดินหน้าตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 2 หลัก ทุ่มงบ 200–300 ล้านบาท ลงทุนเทคโนโลยีแพทย์ รองรับผู้ป่วยไทย–ต่างชาติเพิ่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 ม.ค.69) ราคาหุ้นบริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 ณ เวลา 14:54 น. อยู่ที่ระดับ 18.40 บาท บวก 0.40 บาท หรือ 2.22% ราคาสูงสุด 18.40 บาท ราคาต่ำสุด 18.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 21.14 ล้านบาท

นางสาวขมาภรณ์ ธัมพิพิธ รองกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงินและฝ่ายบริหาร PR9 เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ถึงกรณีมีกระแสข่าวบริษัทประกันรายใหญ่จะยุติการขายประกันสุขภาพแบบคุ้มครองเต็มรูปแบบนั้นว่า ปัจจุบันยังมีความคลุมเครือ และบริษัทประกันรายใหญ่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวที่ชัดเจน
อีกทั้งยังต้องรอดูในระยะยาวว่าสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะมีการออกกฎเกณฑ์ หรือเจรจากับผู้ถือกรมธรรม์อย่างไรต่อไป
ขณะเดียวกัน หากบริษัทประกันจะปรับเปลี่ยนให้ผู้ซื้อกรมธรรม์รายใหม่ซื้อประกันสุขภาพเป็นแบบร่วมจ่าย (Co-payment) บริษัทประเมินว่าจะไม่ได้รับผลกระทบ และสามารถบริหารจัดการได้ เนื่องจากผู้ป่วยประกันของ PR9 คิดเป็นสัดส่วน 24-25% ของผู้ป่วยทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการจ่ายส่วนเกินในการรักษาพยาบาลอยู่แล้ว
เนื่องจากส่วนใหญ่ประกันสุขภาพจะให้ความคุ้มครองน้อยในหมวดของค่าห้อง เพราะบริษัทประกันมองว่าเป็นความฟุ่มเฟือย แต่จะเน้นคุ้มครองค่ายา ค่าแลป ค่ารักษา ค่าแพทย์เป็นหลัก ส่วนค่าห้อง PR9 จะมีโปรแกรมช่วยผู้ป่วยอยู่แล้ว
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์เติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก เมื่อเทียบกับปี 2568 โดยเป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย ทั้งคนไทย และต่างชาติเนื่องจากมีการให้ความสำคัญกับการดึงผู้ป่วยโรคเฉพาะทาง หรือโรคยากซับซ้อนเข้ามารักษามากขึ้น
นอกจากนี้ จะใช้งบลงทุนประมาณ 200-300 ล้านบาท เพื่อให้ความสำคัญกับการลงทุนเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีนวัตกรรม หรือเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้ผู้ป่วยได้ผลลัพธ์ในการรักษาสูงสุด และมีประสิทธิภาพ
ในส่วนภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4/2568 จะเติบโตกว่าไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากเป็นช่วงที่บริษัทต่าง ๆ ส่งพนักงานเข้ามาตรวจสุขภาพประจำปีเป็นจำนวนมาก และยังได้รับผลบวกจากโรคที่มากับฤดูฝนเลื่อนระบาดจากไตรมาส 3 มาในช่วงต้นไตรมาส 4 ทำให้ผู้ป่วยนอก (OPD) มีผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการค่อนข้างหนาแน่น บวกกับการขยายการรักษาโรคยากซับซ้อน
ทั้งนี้ทำให้อัตราการครองเตียงของผู้ป่วยใน (IPD) อยู่ในระดับสูงเกิน 70% แม้จะมีแรงกดดันจากกฎเกณฑ์บริษัทประกันที่เข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการเพื่ออนุมัติผลการดำเนินงานปี 2568 และประกาศงบดังกล่าวในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นี้
ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานทั้งปี 2568 บริษัทมั่นใจว่ารายได้จากการให้บริการทางการแพทย์จะเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์รวมประมาณ 4,700 ล้านบาท ซึ่งในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 มีรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์รวมแล้ว 3,970 ล้านบาท
สอดคล้องกับการพยายามรักษาฐานผู้ป่วยไทยให้ทรงตัวในระดับที่ดีในภาวะเศรษฐกิจซบเซา และการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยต่างชาติที่คิดเป็นสัดส่วน 25-26% ของผู้ป่วยรวมทั้งหมด ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นชาวตะวันออกกลาง, กลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม และจีน เป็นหลัก

