
SMART ปรับกลยุทธ์ปี 69 ชูนวัตกรรม ESG ตั้งเป้ารายได้ 450 ล้าน
SMART กางแผนธุรกิจปี 69 มุ่งพัฒนานวัตกรรมวัสดุก่อสร้างตอบโจทย์ ESG เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต-ควบคุมต้นทุน รักษาความสามารถการทำกำไร ชูกลยุทธ์การตลาดเจาะลูกค้ากลุ่ม Luxury, Renovate, โครงการภาครัฐ รุกช่องทางจำหน่ายโมเดิร์นเทรด ตั้งเป้าหมายรายได้ 450 ล้านบาท
นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จากัด (มหาชน) หรือ SMART ผู้ผลิตและจำหน่ายอิฐมวลเบาด้วยระบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูงเพื่อใช้ในงานก่อสร้าง และงานกั้นผนังอาคาร เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 บริษัทมุ่งปรับกลยุทธ์รอบด้าน เพื่อรับมือกับความท้าทายของภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าใหม่ กลุ่มงานโครงสร้างและบล็อกตกแต่ง เพื่อตอบโจทย์เมกะเทรนด์ด้านความยั่งยืนและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Product) ควบคู่กับการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ทั้งด้านดีไซน์ ฟังก์ชัน และความคุ้มค่า ตอกย้ำจุดแข็งของบริษัทในฐานะผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างที่มีความยืดหยุ่นและเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค
ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารต้นทุน ผ่านการพัฒนาระบบการทำงานภายในและปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมต้นทุน และรักษาความสามารถในการทำกำไร ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ
“ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2569 ยังคงเผชิญความไม่แน่นอน ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างและภาคอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทมองเห็นโอกาสจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับศักยภาพของบริษัทในการพัฒนานวัตกรรมและปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อเมกะเทรนด์ของโลก” นายรังสี กล่าว
สำหรับกลยุทธ์การตลาดบริษัทมุ่งขยายฐานลูกค้าที่มีศักยภาพ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มตลาด Luxury ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพ ดีไซน์ และภาพลักษณ์ของวัสดุก่อสร้าง สอดคล้องกับกลุ่มสินค้าตกแต่งของบริษัท กลุ่มตลาด Renovate และบ้านมือสอง เจาะกลุ่มลูกค้าที่ซื้อทรัพย์สินมือสองมาปรับปรุง ต่อเติม ซึ่งยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง และกลุ่มโครงการภาครัฐที่มุ่งเน้นการจัดซื้อจัดจ้างสินค้ากลุ่ม ESG โดยบริษัทมีความได้เปรียบจากกระบวนการผลิตที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ รองรับทิศทางนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่ช่องทางโมเดิร์นเทรดมีบทบาทสำคัญต่อการจำหน่ายสินค้ากลุ่มบล็อกตกแต่ง โดยบริษัทวางจำหน่ายผ่านเครือข่ายร้านค้าปลีก อาทิ โกลบอลเฮ้าส์ ดูโฮม และไทวัสดุทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังเดินหน้าพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายอิฐมวลเบา และสินค้าในกลุ่มอื่น ๆ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในปีนี้
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2569 ประมาณ 450 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนงานภาครัฐ 30% ภาคเอกชน 70% โดยเน้นการพัฒนาสินค้าใหม่และปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อรองรับการเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว

