
‘เทเลนอร์’ ทิ้งสังเวียนโทรคมไทย (1).!?
เป็นข่าวอึกทึกครึกโครมเมื่อกลุ่มเทเลนอร์ ประกาศขายหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ให้กับบริษัท อะไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จํากัด (อะไรซ์)
เป็นข่าวอึกทึกครึกโครมเมื่อกลุ่มเทเลนอร์ ประกาศขายหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ให้กับบริษัท อะไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จํากัด (อะไรซ์) ของ “เจ้าสัวศุภชัย เจียรวนนท์” สัดส่วน 24.95% ที่ราคาหุ้นละ 11.70 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 100,900 ล้านบาท
แถมยังมีสัญญาใจกันอีกว่า หุ้นที่เหลืออีก 5.35% จะขายภายหลังครบระยะเวลา 2 ปีไปแล้ว…
เท่ากับว่า เทเลนอร์ถอนการลงทุนจากประเทศไทย…โบกมือลาสยามเมืองยิ้มจริง ๆ แล้วนะสิ หลังจากมีข่าวลือมาหลายระลอกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา…
งั้นเราไปย้อนดูเส้นทางเข้ามาลงทุนของกลุ่มเทเลนอร์ ก่อนจะปิดดีลแสนล้านบาทกับ “เจ้าสัวศุภชัย” กันหน่อยดีกว่า…
แต่คงต้องย้อนไปไกลหน่อยนะ โน่นต้องเริ่มตั้งแต่ปี 2523 ที่มีการก่อตั้งบริษัท ยูไนเต็ดคอมมูนิเกชั่น อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UCOM ก่อตั้งโดย “สุจินต์ เบญจรงคกุล” ในปีต่อมา 2524 หลังจาก “สุจินต์” เสียชีวิต “บุญชัย เบญจรงคกุล” ในฐานะลูกชายคนโต ซึ่งมีอายุเพียง 27 ปี ต้องเข้ามาดูแลกิจการทั้งหมด โดยโฟกัสที่ธุรกิจโทรคมนาคม
“บุญชัย” สร้างอาณาจักรยูคอมให้เติบโตมาเรื่อย ๆ กระทั่งในปี 2532 ได้ก่อตั้งบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TAC เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
ขณะนั้นเป็นยุคเริ่มต้นการเติบโตของโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย โดยยูคอมมีการทำสัญญาเชื่อมโครงข่ายกับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ขณะที่ TAC ก็ได้รับสัมปทานจากการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ต่อมาเปลื่ยนชื่อเป็นบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ซึ่งภายหลัง ทีโอที และ CAT มีการควบรวมกัน กลายเป็นบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ในปัจจุบัน
UCOM เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2537 ขณะที่ในปี 2538 มีความพยายามจะนำ TAC เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเช่นกัน แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องความซ้ำซ้อนกับ UCOM เลยหันไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์แทน
กระทั่งปี 2540 เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ทั้ง UCOM และ TAC ประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก ในช่วงปี 2543 เลยมีการขายหุ้น TAC บางส่วนให้กับกลุ่มเทเลเนอร์ จากประเทศนอร์เวย์ ซึ่งสนใจเข้ามาลงทุนธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศไทย
ต่อมาปี 2548 “ตระกูลเบญจรงคกุล” ประกอบด้วย “บุญชัย เบญจรงคกุล” ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วน 12.37% “วิชัย เบญจรงคกุล” ถือหุ้น 14.85% และ “วรรณา จิรกิติ” ถือหุ้น 12.66% ได้ขายหุ้นที่ถือครองใน UCOM จำนวน 173,331,750 หุ้น สัดส่วน 39.98% ที่ราคาหุ้นละ 53 บาท เป็นจำนวนทั้งสิ้น 9,186.58 ล้านบาท ให้บริษัท ไทย เทลโค โฮลดิ้งส์ จำกัด (TTH) ซึ่งเป็นบริษัทตั้งใหม่ มีกลุ่มตระกูลเบญจรงคกุล, บริษัท ฟินันซ่า และนักลงทุนเอกชนไทยอีกจำนวนหนึ่ง ถือหุ้นรวมกัน 51%
ส่วนหุ้นอีก 49% ถือโดยกลุ่มเทเลนอร์…
การมาของกลุ่มทุนนอร์เวย์ นอกจากจะเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือใหญ่จาก “ตระกูลเบญจรงคกุล” มาเป็นกลุ่มเทเลนอร์แล้ว ยังเป็นการปิดตำนาน TAC มาสู่การเปิดตำนานหน้าใหม่ DTAC ที่มีโลโก้เป็น “ใบพัดสีฟ้า” แสดงถึง “ความรู้สึกดีต่อกันที่ DTAC มีให้กับลูกค้า” อีกด้วย
โดยในปี 2550 มีการนำ DTAC เข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ควบคู่กับตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ก่อนจะเพิกถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ในช่วงปี 2557
เทเลนอร์ส่ง “ซิกเว่ เบรกเก้” ผู้บริหารชาวนอร์เวย์เข้ามานำทัพ DTAC อยู่นานหลายปี และทำให้ DTAC ในสมัยนั้นมีสีสัน เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการสัญญาณมือถือชั้นนำของไทยที่ต่อกรกับค่าย AIS ของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และ “ทีเอ ออเร้นจ์” ของ “ออเร้นจ์ กรุ๊ป” โอเปอเรเตอร์รายใหญ่จากอังกฤษ ก่อนจะมีการขายหุ้นให้กับกลุ่มทรู และค่อย ๆ เปลี่ยนมาเป็น “ทรูมูฟ เอช” และ TRUE ในปัจจุบัน ได้แบบพอฟัดพอเหวี่ยง…
แต่พอถึงจุดหนึ่ง ก็เริ่มเห็นสัญญาณถอยของเทเลนอร์ โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมามักจะมีกระแสข่าวการขายหุ้น DTAC ให้บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE บ้างล่ะ…หรือไม่ก็ขายให้กับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC บางล่ะออกมาเป็นระยะ ๆ
สอดคล้องกับจังหวะที่กลุ่มเทเลนอร์เริ่มถอยตัวจากโซนเอเชีย มีการขายธุรกิจในประเทศเมียนมาให้กับ M1 Group กลุ่มทุนจากเลบานอน ยิ่งกระพือข่าวว่าเทเลนอร์จะถอนจากประเทศไทยด้วย…
แต่แหม๊…เสียดายจัง เฮ้อ…เสียดายจัง พื้นที่ข่าวหมดซะละ…งั้นขอยกยอดไปอ่านต่อฉบับพรุ่งนี้นะเจ้าคะ
…อิ อิ อิ…