LH ลดหนี้ & ระบายสต๊อก.!

เป็นหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่ผ่านวิบากกรรมต้มยำกุ้งปี 2540 มาได้ และสร้างการเติบโตโดดเด่น จนกลายเป็นเบอร์ 1 ของตลาดอสังหาฯ สำหรับ LH


เป็นหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่ผ่านวิบากกรรมต้มยำกุ้งปี 2540 มาได้ และสร้างการเติบโตโดดเด่น จนกลายเป็นเบอร์ 1 ของตลาดอสังหาฯ สำหรับบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH ของ “เฮียตึ๋ง-อนันต์ อัศวโภคิน”แต่มาวิกฤตรอบนี้ ดูแล้วเหนื่อยล้าพอสมควร…

สะท้อนได้จากการประกาศแผนธุรกิจปี 2569 ซึ่งปกติต้องมองไปข้างหน้า จะมุ่งเน้นสร้างการเติบโต แต่ในปีนี้ LH กลับตั้งเป้าโตต่ำ ๆ โดยตั้งเป้ายอดขาย (Presale) ไว้แค่ 15,000 ล้านบาท และวางเป้ายอดโอนไว้ที่ 17,000 ล้านบาท…

ว่าปี 2568 เป้าต่ำแล้วนะ โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 23,000 ล้านบาท และเป้ายอดโอนอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท มาปี 2569 ยิ่งต่ำลงไปอีก…โดยมีแผนเปิดโครงการใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 3,660 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2568 วางแผนเปิดโครงการใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 11,800 ล้านบาท

แล้วที่น่าสนใจ…ในปีนี้ LH จะโฟกัสการลดระดับสินค้าคงเหลือและระดับหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือแปลอีกทีก็คือ มุ่งลดหนี้ และระบายสต๊อกสินค้านั่นเอง..!! 

บ่งบอกว่า มีสินค้าค้างสต๊อกเยอะ แถมการระบายก็ยาก ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะตลาดอสังหาฯ ที่ซบเซา และกำลังซื้อที่เปราะบาง ผสมโรงกับยอดปฏิเสธสินเชื่อที่พุ่งสูง ซึ่งไม่ใช่แค่บ้าน-คอนโดฯ ราคาต่ำ 3 ล้านบาทเท่านั้น แต่ยังลามมาสู่กลุ่มอื่น ๆ อีกด้วย…

คงรู้กันใช่มั้ยว่า LH เป็นต้นตำรับโมเดล “สร้างเสร็จก่อนขาย” ที่เน้นจับตลาดบ้านระดับกลาง-บน ขายบ้านเดี่ยวราคาถูกสุดไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท บ้านบางหลังและบางทำเลราคาทะลุ 100 ล้านบาทก็มี…

ไม่อยากจะเชื่อขายบ้านระดับนี้ยังมีปัญหาสต๊อกเหลือเยอะอีกเหรอเนี่ย…แล้วค่ายอื่น ๆ ที่ขายบ้าน ขายคอนโดฯ ราคาต่ำสิบล้านบาทล่ะ…สต๊อกไม่เหลือบานตะไทเลยเหรอ..??

ก็สอดคล้องกับข้อมูลศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ที่ระบุว่า สต๊อกที่อยู่อาศัยเหลือขายครึ่งปีแรกของปี 2568 แตะ 2.07 ล้านล้านบาท เลยทีเดียว

กลับมาที่ LH ปัจจุบันมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือมูลค่ารวม 9,000 ล้านบาท ในปีนี้จะมีโครงการคอนโดมิเนียมเสร็จใหม่ 1 โครงการ คือ โครงการวันเวลา ณ เจ้าพระยา มูลค่าโครงการ 15,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีสินค้าพร้อมขายและพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ในมือ ทั้งโครงการคอนโดมิเนียม และโครงการแนวราบมูลค่ารวม 17,000 ล้านบาท 

นอกจากนี้ LH ยังมีแผนจะออกหุ้นกู้มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนด พร้อมกด D/E ณ สิ้นปี 2569 ให้เหลือ 1 เท่า จากสิ้นปี 2568 D/E อยู่ที่ 1.20 เท่า 

เลยเป็นที่มาของการลดหนี้…ระบายสต๊อกสินค้า..!!

ตอกย้ำด้วยคำให้สัมภาษณ์ของ “นพร สุนทรจิตต์เจริญ” ประธานกรรมการ LH ที่ระบุว่า “ปีนี้เราประคองตัว หันมาดูแลเรื่องการบริหารจัดการกระแสเงินสด และเราต้องดูสถานการณ์ด้วยว่าตอนไหนควรรุก ตอนไหนควรรับ เพราะยังมีความไม่แน่นอนที่ยังเกิดขึ้นได้อยู่ ปีนี้จะเน้นลดระดับสินค้าคงเหลือและระดับหนี้สินต่อทุน” 

งั้นถ้าจะบอกว่าปีนี้เป็นปีแห่งการเก็บกวาดเช็ดถูเคลียร์บ้านของ  LH ก็คงไม่ผิดกระไร…

ทว่านอกจากจะเก็บกวาดเช็ดถูบ้านแล้ว LH ยังเตรียมจะขายของเก่า (สินทรัพย์) เพื่อเติมกระแสเงินสดด้วยนะ…

โดยในปีนี้มีแผนจะขายโรงแรมในประเทศไทยจำนวน 1 แห่ง เข้าทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล หรือ LHHOTEL และขายโครงการในสหรัฐอเมริกาจำนวน 2 แห่ง 

สงสัยการขายของเก่าจะเป็นท่าไม้ตายของ  LH ไปแล้วป๊ะเนี่ย..?? 

เพราะช่วงหลัง ๆ มานี้มีการขายสินทรัพย์ทุกปี จนทำให้กำไรเติบโต สวนทางกับยอดขายที่ปรับลดลง…โดยงบในช่วง 9 เดือนของปี 2568 มีกำไรสุทธิ 2,999.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,897.7 ล้านบาท และมีรายได้จากการขาย 9,868.0 ล้านบาท ลดลง 19.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการขาย 12,233.5 ล้านบาท

เอาเถอะ…แม้กำไรที่เห็นเป็นแค่ภาพลวงตา แต่ LH ก็มีดีตรงที่เป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลค่อนข้างสูง ล่าสุดยีลด์อยู่ที่ 8.00% 

ถ้าไม่คิดอะไรมาก มีไว้ติดพอร์ต เพื่อกินเงินปันผล ก็เข้าท่าอยู่นะ…

…อิ อิ อิ…

Back to top button