
KTB-IRPC ผนึกบริหาร FX เชื่อม ESG Platform ลดต้นทุน เสริมเสถียรภาพธุรกิจ
KTB จับมือ IRPC ต่อยอดการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปีที่ 3 ผ่านโครงการ ESG Data-Integrated FX Total Solutions เชื่อมข้อมูล ESG เข้ากับเครื่องมือทางการเงิน เพิ่มประสิทธิภาพบริหาร FX ลดต้นทุนธุรกรรม และเสริมเสถียรภาพการดำเนินธุรกิจควบคู่เป้าหมายความยั่งยืน
นายรวินทร์ บุญญานุสาสน์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB กล่าวว่า ธนาคารมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมการเงินสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคธุรกิจ โดยผสานความเชี่ยวชาญด้าน Solutions ทางการเงินเข้ากับแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เพิ่มศักยภาพการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ควบคู่กับการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยล่าสุดธนาคารได้ร่วมมือกับ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC บูรณาการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนผ่านโครงการ ESG Data-Integrated FX Total Solutions ซึ่งเป็นโครงการต้นแบบในการนำข้อมูล ESG มาเชื่อมโยงกับธุรกรรมบริหารความเสี่ยง เช่น FX Forward และ Cross-Currency Swap โดยธนาคารให้คำปรึกษาเชิงลึกและออกแบบโครงสร้างธุรกรรมที่เหมาะสมกับรายได้-รายจ่ายของไออาร์พีซี พร้อมนำผลการดำเนินงานด้าน ESG มาเป็นเกณฑ์ในการรับสิทธิประโยชน์ทางการเงิน ช่วยลดต้นทุนธุรกรรมและสะท้อนการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใสและยั่งยืน
“ความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ ESG Platform ถูกนำมาต่อยอดสู่บริการทางการเงินด้านความยั่งยืนแบบครบวงจร ตอบโจทย์การบริหารความเสี่ยง ควบคู่การขับเคลื่อนธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ตามวิสัยทัศน์ กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน” นายรวินทร์ กล่าว
นางสาวทอแสง ไชยประวัติ รักษาการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่บัญชีและการเงิน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไออาร์พีซี ดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ Sustainability Management Excellence ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างผลประกอบการทางธุรกิจ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยได้พัฒนา ESG Platform เพื่อใช้เก็บ รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลด้านพลังงาน การปล่อยคาร์บอน การใช้ทรัพยากร และการบริหารจัดการซัพพลายเชนอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยในโครงการ ESG Data-Integrated FX Total Solutions ช่วยให้ ไออาร์พีซี สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจาก ESG Platform เข้าสู่การบริหารความเสี่ยงทางการเงินแบบเรียลไทม์ เพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์และจัดการความผันผวนของค่าเงิน พร้อมทั้งใช้ข้อมูล ESG เป็นปัจจัยในการรับสิทธิประโยชน์ด้านต้นทุนธุรกรรมทางการเงิน
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของไออาร์พีซี ในการนำข้อมูล ESG มาใช้ขับเคลื่อนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ สร้างคุณค่าให้ธุรกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

