
SCB EIC ชี้ส่งออกไทยปี 68 โต 12.9% เตือนปีนี้เสี่ยงชะลอ “ภาษีสหรัฐฯ” กดดัน
SCB EIC ระบุการส่งออกไทยปี 2568 ขยายตัวแรง 12.9% สูงสุดในรอบ 4 ปี จากแรงหนุนตลาดสหรัฐฯ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และทองคำ อย่างไรก็ดี ปี 2569 มีแนวโน้มชะลอตัว จากผลกระทบภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ฐานสูง และปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง
SCB EIC ระบุว่า การส่งออกไทยในปี 2568 ขยายตัวสูงถึง 12.9% แตะมูลค่า 339,635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบ 4 ปี แม้เผชิญความท้าทายจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในวัฏจักรขาขึ้น และการกลับมาขยายตัวของการส่งออกทองคำ อย่างไรก็ดี แนวโน้มการส่งออกในปี 2026 มีทิศทางชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จากผลกระทบของภาษีสหรัฐฯ ที่จะส่งผลเต็มรูปแบบ ประกอบกับปัจจัยฐานที่อยู่ในระดับสูง
สำหรับเดือนธันวาคม 2568 มูลค่าส่งออกไทยอยู่ที่ 28,835 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 16.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เร่งตัวจาก 7.1% ในเดือนพฤศจิกายน และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดย SCB EIC ประเมินไว้ที่ 10.5% และค่ากลาง Reuters Poll ที่ 8.7% ขณะที่ตัวเลขที่ปรับฤดูกาลแล้วกลับมาขยายตัว 6.9% จากที่หดตัวติดต่อกันสองเดือนก่อนหน้า
ส่งออกไปสหรัฐฯ ยังขยายตัวแรง แม้เผชิญกำแพงภาษี
การส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม 2568 ขยายตัวสูงถึง 54.3% เร่งขึ้นจาก 37.9% ในเดือนพฤศจิกายน แม้หลายสินค้าจะถูกปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าแล้ว โดยหากไม่รวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งยังได้รับการยกเว้นภาษี ส่งออกไปสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวได้ถึง 21.7% สะท้อนความต้องการสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในระดับสูง
ในเชิงโครงสร้าง สินค้าส่งออกหลักของไทยไปสหรัฐฯ 13 จาก 15 รายการยังขยายตัวดี โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ โทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสาร หม้อแปลงไฟฟ้า เครื่องจักรกล และเครื่องปรับอากาศ ซึ่งขยายตัวในอัตรา 123%, 117.3%, 86.6%, 48.4% และ 46.5% ตามลำดับ ทั้งนี้ การส่งออกไปสหรัฐฯ มีส่วนช่วยหนุนการเติบโตของการส่งออกไทยในเดือนนี้ถึง 10.2% มากกว่าครึ่งหนึ่งของการขยายตัวรวม 16.8%
สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวต่อเนื่อง รับวัฏจักรขาขึ้นโลก
การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเดือนธันวาคมขยายตัวสูงถึง 52.8% เร่งขึ้นจาก 46.2% และ 38.8% ในเดือนพฤศจิกายนและตุลาคมตามลำดับ และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ติดต่อกัน สอดคล้องกับวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลก ความต้องการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI และการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และ Data Center ที่ขยายตัวทั่วโลก
เมื่อพิจารณารายตลาด พบว่า 13 ใน 15 ตลาดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หลักของไทยยังขยายตัว โดย 10 ตลาดเติบโตมากกว่า 15% โดยเฉพาะสหรัฐฯ เม็กซิโก และอินเดีย ที่ขยายตัวสูงถึง 114.2%, 122.8% และ 152.6% ตามลำดับ ทั้งนี้ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีส่วนช่วยให้การส่งออกไทยเดือนธันวาคมขยายตัวถึง 10.1%
ทองคำกลับมาเป็นสินค้าส่งออกหลักอีกครั้ง
ขณะที่การส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูปกลับมาขยายตัวสูงถึง 163.6% หลังจากหดตัวแรงในช่วงสองเดือนก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาทองคำโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นในเดือนธันวาคม โดยการส่งออกทองคำมีส่วนช่วยหนุนการเติบโตของการส่งออกไทยในเดือนนี้ราว 2.7%
นำเข้าเร่งตัวต่อเนื่อง ขาดดุลการค้า 3 เดือนติด
ด้านการนำเข้า เดือนธันวาคม 2568 มีมูลค่า 29,280.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 18.8% เร่งขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน แม้ดุลขาดดุลจะลดลงเหลือ 352 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 2,726.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนก่อนหน้า
การนำเข้าที่ขยายตัวสูงมาจากยานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่ง สินค้าทุน และสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่การนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปซึ่งเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยังเติบโตในระดับสูง สะท้อนความเชื่อมโยงของภาคการส่งออกไทยกับห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะการพึ่งพาการนำเข้าจากจีนและไต้หวัน
ทั้งปี 2568 มูลค่านำเข้าไทยขยายตัว 12.9% เท่ากับอัตราการเติบโตของการส่งออก ส่งผลให้ดุลการค้าทั้งปีขาดดุลสูงถึง 5,307.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดในรอบ 3 ปี สะท้อนว่าการส่งออกที่เติบโตแรงอาจสร้างมูลค่าเพิ่มสุทธิให้เศรษฐกิจไทยได้จำกัด
ปี 2569 ส่งออกชะลอ แต่ยังมีปัจจัยหนุนบางส่วน
SCB EIC ประเมินว่า การส่งออกไทยในปี 2569 จะชะลอลงอย่างมาก เหลือหดตัวประมาณ 1.5% จากผลกระทบของมาตรการภาษีสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ที่เริ่มส่งผลเต็มรูปแบบ ปัจจัย Front-loading ที่หมดไป ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่า และฐานการส่งออกที่อยู่ในระดับสูงในปี 2568
อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยหนุนด้านบวก ได้แก่ แนวโน้มปริมาณการค้าโลกที่ดีกว่าคาด กระแสการลงทุนด้านดิจิทัลและ AI ที่ยังคงแข็งแกร่ง รวมถึงความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจช่วยพยุงการส่งออกไทยไม่ให้ชะลอตัวรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้

